[KNB] Help me to decide

posted on 08 Jun 2014 02:14 by kaos in Fictions, KNB directory Fiction
 
กลับมาแล้วค่ะ
 
หายไปเกือบสองปีเลยมั้งนี่....นานจนลืมวิธีเขียนบล็อคไปแล้ว /เอื้อ
จริงๆกลับมาได้สักพักแล้วแต่อยู่เฟซด้วยความเคยชิน
กำลังสร้างบ้านใหม่อยู่จ้ะ ให้ลงตัวอีกนิดแล้วจะมาแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน
 
รอบนี้ฤกษ์ดี อินเนอร์ไหลน์เลยเอาฟิคมาแปะ
ช่วงนี้ติดเกมส์ค่ะสารภาพ อารมณ์แบบเครียดมานาน เริ่มปล่อยคอสโม่www
หันมาเล่นเกมส์ในsteamจริงจัง เอาช่วงที่l4d2ปล่อยโหลดนี่เองแล้วหลังๆเริ่มลาม
ล่าสุดเจอแฟนอาร์ท และคนเอาทีเซอร์ Assasin's creedภาคใหม่มาให้ดู
นอนไหลน์เป็นโมจิ.......
http://www.youtube.com/watch?v=xzCEdSKMkdU <<---  จิ้นมาก เพลงก็เพราะมากด้วย
สักพักมีส่งฟิคมาให้อ่านอีก 
เจ้า... เจ้าต้องรับผิดชอบอินเนอร์ข้า เอื้ออออออ 
/โยนทุกอย่างแล้วเปิด textedit  #ได้ข่าวว่าทำโดอยู่ #บ้าชิง
 
ออกมาเป็นฟิคcross over เรื่องแรก 
แต่งอินทีเซอร์ที่ได้ดู จิ้นว่าknbเป็นนักฆ่าหนุ่มจะเป็นยังไงนะ ...
/สาระไม่มี อินเนอร์ล้วนๆ 
 
 
Warning

*BL
*CrossOver
 

H e l p   m e   t o   D e c i d e

 
 
 
Paring| AkaMido
RomanceDrama| เ บ า เ บ า
Erotic| เ บ า เ บ า
Author| D a K a o s
| Part
 
 
 

ท้องฟ้า….อยู่ไกลออกไป 


สูงและสว่าง ให้ความรู้สึกว่าเอื้อมไม่ถึง

และไม่ใช่ที่ของเขา...


สนามรบของเขา คือพื้นดิน … 

ที่ซึ่งเขาสามารถเปลี่ยน...

ให้มันกลายเป็นลานล่าเหยื่อได้อย่างง่ายดาย...

 

        พื้นที่กว้างสีอิฐเก่าคราคร่ำไปด้วยผู้คน หวาดกลัว โกรธเกรี้ยว ตะโกนด่าทอสาปแช่งต่อกลุ่มคนเล็กๆที่แต่งตัวหรูหรากว่าใคร คนเหล่านั้นใส่เครื่องแบบสีน้ำเงินเข้มสูงศักดิ์และติดอาวุธ สองสามคนในกลุ่มจับลากร่างเปื้อนมอซอและมีกระสอบเก่าๆคลุมหัวไว้ และนั่นเป็นเหตุให้ความรุนแรงโดยรอบยิ่งทวีคูนมากขึ้น

        ทว่าท่ามกลางความสับสนอื้ออึง ปรากฏร่างหนึ่งค่อยๆย่างก้าวเดินอย่างสงบ ซึ่งในความจริงๆแล้วนักล่าต้องทำตัวกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม เหมือนราชสีห์ที่ตัวมีสีของดิน แต่… ถ้าเขาต้องการฆ่าอย่างเปิดเผย นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง 

 

        สิ้นเสียงเชือกถูกขึงและมนุษย์หัวกระสอบห้อยแน่นิ่ง 

        เหยื่อยืนรอเขาอย่างเดียวดาย บนลานลงฑัณท์ 

 

        ชายในโค้ทยาวสีกรมท่าที่เห็นเพียงครึ่งใบหน้าล่างก้าวเข้าไปหาเหยื่อทีละก้าว เอียงตัวเข้าไปใกล้ราวกับรู้จักและสนิทสนมกับอีกฝ่ายเป็นอย่างดี และก่อนที่ทหารรอบๆด้านล่างจะทันรู้สึกตัว ร่างปริศนานั้นก็ยกมือทาบคอผู้การTemplar เสือกปลายมีดเข้าไปในเนื้ออุ่นๆ และน้ำพุเลือดก็สาดกระจายไปทั่วลานประหารนั้น

 

        นักฆ่าร่างไม่ใหญ่โตนี้ซัดความหวาดผวาใส่ฝูงชนเป็นวงกว้างในชั่วพริบตา เสียงกรีดร้องจุดชนวนความวุ่นวาย ผู้คนวิ่งสะเปะสะปะชนกันไร้ทิศทาง เหมือนกับฝูงสัตว์ที่พยายามหนีเอาตัวรอดโดยไม่สนว่าจะเหยียบพวกเดียวกัน

 

        ก่อนหน้านี้ไม่ถึงนาที ชายในชุดเครื่องแบบเต็มยศคนนี้ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจและพลัง แสดงความน่าเกรงขามในการควบคุมประชาชน ด้วยการสั่งแขวนคอชาวบ้านอย่างสนุกสนานอยู่เลย น่าขำที่ชั่วพริบตาต่อมันกลายเป็นที่ตายของตนเสียเอง 

 

        เหล่าทหารใบหน้าซีดเผือดไร้ชีวิต ยิ่งกว่าเครื่องแบบหรูหรานั่นเสียอีก พยายามจะใช้ดาบติดปืนขู่เอาชีวิตเขาด้วยมืออันสั่นเทา แต่ว่ามันช่างไร้ประโยชน์ เขาบรรลุภารกิจไปเมื่อนาทีที่แล้ว

 

        นั่นคือการฆ่าต่อทุกผู้ทุกสายตา โหมโรงเอิกเกริกราวกับม่านเปิดสงคราม

 

        ร่างในโค้ทยาวเหวี่ยงข้อมือสะบัดเลือดทิ้งและเก็บใบมีดในคราวเดียว เหลือบนัยน์ตามองเหยื่อด้านล่างอย่างดูแคลน แสงอาทิตย์ซีดส่องผ่านชั้นเมฆหนา ทหารรอบๆจึงได้เห็น ปอยผมสีแดงที่ซ่อนนัยน์ตาคมกริบต่างสีไว้ ข้างหนึ่งสีแดงราวกับเลือด แต่อีกข้างเหมือนอำพันเล่อค่า 

        เป็นนักฆ่าที่ให้ความรู้สึกเหมือนชนชั้นสูง แต่ก็น่ากลัวหวาดผวายิ่งกว่าฆาตกรในคราวเดียวกัน

 

        ทหารเหล่านั้นผลักดันความหวาดกลัวให้กลายเป็นความโกรธแค้น เพราะมันง่ายกว่ายอมรับความกลัวความตาย

        ดาบปลายปืนสี่ห้ากระบอกพุ่งแทงเข้าหานักฆ่า แต่แล้วเสียงปืนกลับดังแทรกขึ้นสี่ห้านัดเช่นเดียวกัน นัยน์ตาต่างสีมองร่างไร้วิญญาณอ่อนยวบล้มลงข้างๆตัว 

 

        เขายิ้มและเหลียวกลับไปมองมีร่างหนึ่งปรากฏอยู่ข้างหลัง เงาในเสื้อโค้ทเหมือนกันรางๆต่างกันที่มีเขียว นั่นทำให้เขารู้ว่าใคร

 

        หลังจากเปลี่ยนลานประหารให้กลายเป็นลานล่าเหยื่อ ชายปริศนาผู้เป็นดั่งราชสีห์ก็เดินเข้าไปในกลุ่มหมอกควันจากดินปืนที่ถูกสร้างขึ้นเพื่ออำพรางตา และหายตัวไปราวกับเป็นมายา

 

        วันนี้ Assasin's creed ประกาศต่อ Templar ชัดเจน…

        ว่าเหล่านักฆ่าจะออกล่า... และเทมพลาร์คือเหยื่อ

 

        นี่คือสงคราม นี่คือสนามรบชั่วชีวิตของเขา

        กิน หลับนอน บนสนามรบนี้

        นี่คือสิ่งที่เขาจะใช้ชีวิตไปกับมัน

 

 

 

 

        "เป็นการฆ่าที่อลังมาก อาคาชิ"

        เสียงหนึ่งเอ่ยชมเปราะเมื่อชายหนุ่มเดิินเข้ามาในห้อง แสงเทียนสลัวส่องหน้าคนพูด เจ้าของผิวสีเข้มและรอยยิ้มยียวน ทำให้เขาไม่แน่ใจว่าเมื่อสักครู่คือคำชมหรือประชดประชัน

 

        "พวกนั้นอยากมายาเป็นของจริง เราก็จะให้มัน"

        เขาเอ่ยถึงชื่อที่พวกเทมพลาร์มักล้อเลียนassasin's creed ว่าเป็นสิ่งไร้ตัวตน มีเพียงนาม

        และนามนั้นในวันนี้จะทำให้ทุกคนจดจำไปอีกนาน

 

        "แต่พูดก็พูดเหอะนะ นี่เป็นสงครามที่ไม่มีวันจบ" 

 

        "อาโอมิเนจจิ" ร่างอีกมุมหนึ่งเอ่ยปราม แต่กลับมีรอยยิ้มที่กวนโทโสมากกว่า "ไม่เอาน่า พูดความจริงแบบนี้งานกร่อยหมด"

 

        ทั้งสองคนเป็นนักฆ่าทีมเดียวกันที่สมาคมเลือกส่งมา คนหนึ่งล่าเหยื่อเหมือนเสือดำเกรี้ยวกราด รุนแรงอย่างเปิดเผย ไม่มีระเบียบวินัยและไม่สนใจกฏ อีกคนหนึ่งขี้เล่นเป็นกันเอง ถนัดใช้เสน่ห์ในการหาข่าวสาร แต่หากเวลาฆ่าจะเลียนแบบฝูงชนกลมกลืนหายไปอย่างง่ายดาย

 

        "เทมพลาร์ไม่มีวันหมดหรอก เพราะโลกนี้มีคนเลวๆเกิดขึ้นไม่ขาดสาย"

        คิเสะ นักฆ่าหนุ่มผู้มีท่าทางขี้เล่นยักไหล่ เลือกใช้คำพูดประชดประชันโหดร้าย

 

        อาคาชิดึงฮู้ดลงและถอดใบมีดเปื้อนเลือดวางบนโต๊ะ 

        "ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่ต้องทำ คือฆ่าจนกว่าเทมพลาร์จะหายไปจนหมด" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงราบเรียบ "ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง"

 

        นั่นทำให้เพื่อนร่วมทีมมองกันเงียบๆและไม่กระเซ้าอะไรอีกเลย อาคาชิเดินผ่านสองคนนี้ไปยังบันไดขึ้นชั้นบน

        เขาชอบมองคนจากที่สูงกว่าแต่พูดตามตรงเขาไม่พิศมัยการอาศัยบนที่สูงเท่าไหร่

        ตึกที่นักฆ่าทีมเขาใช้พักและเป็นที่หลบซ่อน เป็นตึกสูงทรงแคบที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและพลุกพล่านไปด้วยทหารของเทมพลาร์

        'ซ่อนไม้ให้ซ่อนในป่า' บางที่สถานที่อันตรายที่สุด คือที่ปลอดภัยที่สุด ไม่มีใครออกตามหานักฆ่าแถวบ้านตัวเอง นั่นทำให้พวกเขาอยู่ดีกินดีกันอย่างน่าหัวเราะ

 

        ถึงจะไม่ชอบที่สูงแต่ชั้นบนสุดนี่มีอย่างหนึ่งทำให้ความเหนื่อยคุ้มค่า นัยนตาต่างสีมองร่างสูงโปร่งนั่งห้อยขาบนริมหน้าต่าง

        คนเดียวกันที่ยิงทหารรอบๆกายเขาในวันนี้ และเป็นคนเดียวที่ราชสีห์อย่างเขารู้สึกผ่อนคลาย

 

        "กลับมาแล้ว ชินทาโร่" อาคาชิเอ่ยราวกับเด็กน้อยเพิ่งกลับบ้าน

 

        "รู้แล้วน่ะ ได้ยินเสียงฝีเท้านายตั้งแต่บันไดขั้นแรกแล้ว"

 

        เขารู้สึกได้ถึงความหงุดหงิดแม้จะมองไม่เห็นสีหน้า อาคาชิเดินเข้าไปหาร่างสูงโปร่งนั้นแล้ว