[Knb+fic] Colorless

posted on 23 Nov 2012 08:14 by kaos in Fictions, KNB directory Fiction
Warning
 
คำเตือน! โปรดอ่านสลากบนฉลากยา ถุ๊ย ขอโทษครับลิ้นพันกัน (www)
ล้อเล่น เอาจริงละ
*BL
*Knb 
*green revolution pair
 
รอบนี้มาแบบใสๆปนเอโรนิดเดียว ใครไม่ใคร่ก็อย่าได้ใคร่ไม่งั้นมันจะไม่ใคร่แนะให้เสพย์อันที่ใคร่ถ้าไม่ใคร่ก็อย่าเสพย์เพราะอันที่ไม่ใคร่มันก็ไม่ทำให้ใคร่อันที่ใคร่ก็ทำให้ใคร่เพราะก็ไปเสพย์อันที่ใคร่ดีกว่า ... #เบิกบุกยุทธจักร
(ถุ๊ย ลิ้นพันกันนัวละwww) 
 
 
 
 
C o l o r l e s s
 
Paring| A k a* M i do
Romancelove| เ บ า เ บ า 
Author| D a K a o s
o n e s h o t
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

     ราวกับอากาศ

     ราวกับน้ำ

     ทุกลมหายใจ

     ทุกการดื่มกิน

 

     นั่นคือความหมายของคำว่า 'ชัยชนะ' สำหรับเขา

     และ 'ชัยชนะคือทุกสิ่ง'

     ต่อเขา ซึ่งเปรียบดั่งจักรพรรดิ์  อาคาชิ เซย์จูโร่


 

     ไม่รู้ว่านานเท่าไร สนามบาสกลายเป็นภาพขาวดำ เสียงโห่ร้องเชียร์อื้ออึงค่อยๆเงียบกริบลง แม้แต่การก้าวสู่จุดสูงสุดไม่สามารถทำให้ตื่นเต้นได้ 

      ราวกับโลกทั้งค่อยๆสูญเสีย'สีสัน'ไป แม้จะเป็นศัตรูที่เก่งกาจแค่ไหน แต่เมื่อสิ้นเสียงนกหวีดจบการแข่งขัน พวกนั้นก็ดูราวก้อนกรวดซีดขาว

     -ไม่มีอะไรมากกว่านั้น-

     กระทั่งโลกภายนอกสนามก็เริ่มซีดจางลงในสายตาอาคาชิเช่นกัน เขาไม่เคยเบื่อกับชัยชนะที่ได้มา แต่เหมือนมีบางอย่างขาดหายไป...

     "อาคาชิ..." 

     เสียงหนึ่งเรียกให้ออกมาจากความคิดเงียบๆ อาคาชิเบือนใบหน้ามองคนที่เรียกเขา เจ้าของเสียงคุ้นหูร่างสูงโปร่ง เรือนผมสีเขียวปรกนัยน์ตาที่เฉยชาคู่นั้น ในมือถือของบางอย่างที่สะกิดความสนใจของเขาได้ 

     กระดานโชงิ...

     "นั่งสิ อยากจะเล่นสักตาพอดี"  เสียงทุ้มว่าพลางหันก้าอี้ให้ ร่างนั้นเชิดหน้าดันแว่นขึ้นนิดๆก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม

     "ถ้านายพูดอย่างนั้น ฉันจะเป็นคู่ซ้อมให้ก็ได้"

     อาคาชิมองอีกฝ่าย นัยน์ตาสีแดงสงบนิ่งคล้ายกับจะมีแววขำขันนิดหน่อย 

     ไม่หรอก... เขาไม่อยากเล่นสักนิดเพราะเพิ่งประมือกับชมรมโชงิไปเมื่อวันก่อน แต่ที่พูดเพราะรู้นิสัยของลูกทีมดี มิโดริมะ ชินทาโร่มักจะปากแข็งอยู่เสมอ 

     ชายหนุ่มผมเขียววางกระดานและเรียงตัวหมากคล้ายกับจะอดใจไม่ไหว

     เป็นอีกวันที่มิโดริมะอยากจะท้าประลอง พิสูจน์ตัวเองและเอาชนะเขา

     เป็นอีกวันที่มิโดริม่าจะพ่ายแพ้

     ทว่าจู่ๆคู่ประมือก็พูดขึ้นราวกับได้ยินความคิดในใจ

     "นายมั่นใจว่าจะชนะฉันแน่ๆงั้นหรือยังไง?" มิโดริมะเอ่ยอย่างไม่พอใจเห็นได้ชัด อาคาชิรู้ดีว่าเขาไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกไป แต่อีกฝ่ายมักจะจับความรู้สึกอะไรบางอย่างจากเขาได้ 

     "ปล่าว" อาคาชิปฏิเสธ "ฉันไม่เคยพูดว่ามั่นใจ เพียงแต่ 'ฉันจะชนะ' มันก็แค่สิ่งที่ต้องเป็นอย่างนั้น"

     มิโดริมะแค่นเสียงฮึ นัยน์ตาสีเขียวใบไม้เข้มหม่นลงคล้ายมีเปลวไฟแผดเผาในนั้น ประกาศเสียงกร้าว

     "วันนี้ฉันทำให้นายรู้จักความพ่ายแพ้ยังไงล่ะ"

     -นั่นไม่มีวันเกิดขึ้น-

     ต่อให้บางที เขาอยากจะรู้จักว่าการพ่ายแพ้เป็นอย่างไรก็ตาม

     ทุกคนในโรงเรียนรู้ดี ทุกคนในทีมต่างก็รู้ดีเช่นกัน แม้แต่อาโอมิเนะที่เรียกได้ว่าเป็นอัจริยะบาสเก็ตบอล ก็ไม่เคยเผชิญหน้ากับเขา หรือแม้แต่'ดวงตา'ของเขา

     นัยน์ตาที่ขุดค้นพบพรสวรรค์ของทุกคนในทีมแม้แต่คุโรโกะที่เรียกได้ว่าแทบจะไร้ตัวตนก่อนเขาค้นพบ ไม่มีใครกล้าต่อกรหรือยืนหยัดสู้กับเขา ยิ่งหลังจากพบกับความพ่ายแพ้ คนพวกนั้นก็หมดแรงตะกายสู้ด้วยซ้ำไป

     อาคาชิเชื่อนัยน์ตาคู่นี้สามารถมองเห็นทุกอย่าง จนกระทั่ง คนตรงหน้านี่ทำให้รู้ว่ามันไม่ใช่ …เขาไม่สามารถมองเห็นจิตใจของใครได้ 

     มิโดริมะ ชินทาโร่ เป็นคนเดียวที่กล้าท้าประลองกับเขา ทั้งการเรียน โชงิ และบาส ทั้งๆที่แพ้เขาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ไม่เคยย่อท้อสรรหาวิธีมาโค้นล้มเขาสารพัด จะเรียกว่าเป็นความดื้อด้านหรือดันทุรังดี

     แต่ถึงอย่างนั้น อาคาชิก็เชื่อว่านั่นคงสาเหตุที่ร่างตรงหน้าเขายังคงมี 'สีสัน'

     "กินเรือ..."

     มือเรียวขยับหยิบชิ้นไม้บนกระดานออก มุมริมฝีปากได้รูปหยักยิ้มนิดๆ ใบหน้าอิ่มเอบคล้ายกับจะพอใจ อาคาชิค้นพบว่าสีหน้านั้นน่ามองและเขาก็ยอมสละเบื้ยใหญ่ๆบนกระดานไปเพื่อยื้อเวลาไปสองสามตัว ...แม้ว่ามันจะเป็นแผนที่วางไว้แล้วก็ตาม

     ชายหนุ่มผมแดงขยับหมากตัวสำคัญเข้าไปในแดนศัตรู

     "รุกฆาต"

     ร่างสูงโปร่งชะงัก หมากตัวม้าซ่อนอยู่เมื่อไหร่ไม่รู้ อาศัยจังหวะตอนมัวแต่ฟันเรือ ก็โผล่ทะยานมาจ้วงตัวจักรพรรดิ์ฝั่งตนซะแล้ว

     คิ้วเรียวขมวดขึง ริมฝีปากเม้มแน่น ไม่พอใจที่ตัวเองหลงกลอุบาย

     "แผนที่ดีที่สุด คือการที่ซ่อนไว้ไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว" อาคาชิเอ่ยเสียงเรียบ "นายยังต้องฝึกอีกมาก"

     "ทั้งหมดเป็นแค่ตัวล่อ..."

     อาคาชิพยักหน้ารับ การวางเหยื่อล่อไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่สำหรับมิโดริมะ เขาถึงกับสละหมากตัวใหญ่อย่างเรือไป ทั้งที่ปกติเขาใช้แค่เบี้ยเท่านั้น รวมถึงยื้อไวได้สิบกว่านาทีก็ถือว่าดีแล้ว แต่แน่นอนว่าเขาไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้อีกฝ่ายรู้

     ร่างเพรียวสูงโปร่งคล้ายกับหมดแรงและแค้นใจในคราวเดียวกัน  ระบายออกมาเป็นลมหายใจหนักๆยาวเหยียด ประจวบกับเสียงกริ่งหมดเวลาพักดังขึ้นพอดี จึงหักใจลุกเก็บกระดานโชงิอย่างช่วยไม่ได้

     "ตอนเย็น..." เอ่ยมาได้ไม่ถึงครึ่งประโยค ชายหนุ่มก็เงียบไปก่อนจะตัดบท "ช่างเถอะ"

     นั่นผิดจากที่อาคาชิคาดไว้เล็กน้อย เพราะปกติหลังเลิกเรียน ทั้งคู่มักจะใช้เวลาว่างเล่นโชงิหรือหมากรุกกัน แน่นอนว่ามิโดริมะเป็นฝ่ายมาท้าทายประจำ ถึงจะข้องใจแต่ชายหนุ่มก็สลัดมันทิ้งไปได้อย่างรวดเร็ว มิโดริมะมีนิสัยค่อนข้างแน่นอน รอบคอบไม่มีการเปลี่ยนแปลง คงเพราะรีบกลับห้องเรียนไม่ให้โดนเช็คสาย อย่างไรซะอีกฝ่ายก็แข่งเรียนกับเขาอยู่ ทุกการเช็คชื่อล้วนมีคะแนนที่มีค่า

     ตอนเย็นมิโดริมะคงมาตามปกติ อาคาชิคิดอย่างนั้น


 

 

 

 

 

     ห้องเรียนโล่งว่างเปล่า ไม่มีเสียงฝีเท้าใดๆเดินผ่านมาพักใหญ่

     อาคาชิลืมไปแล้วว่าลูกทีมคนนี้เคยทำให้เขาประหลาดใจได้แค่ไหน มิโดริมะทำให้เขาคาดการณ์ผิดอีกครั้งและความรู้สึกบางอย่างห่างจากความพอใจผุดพรายขึ้นมาในอก ไม่ใช่ความตื่นเต้นไม่ใช่ความเศร้า แต่เป็นสิ่งที่ทำให้หัวใจเต้นหนักเหมือนกัน  มันคล้ายๆกับ...ความโกรธ?

     นั่นไม่มีเหตุผลเลย เขาโกรธมิโดริมะทำไม ความโกรธเป็นสิ่งสูญเปล่าต่อวิถีความคิดของเขาด้วยซ้ำ

     นัยน์ตาสีแดงเหลือบมองนาฬิกา พลันอารมณ์แปลกปลอมดับมลายสิ้นในพริบตา ร่างทะมัดทะแมงลุกขึ้นหยิบกระเป๋าเดินออกจากห้องไปอย่างมีจุดมุ่งหมาย ถึงเวลาที่เขาต้องไปวอร์มอัพร่างกายและซ้อมบาสตามกำหนด 

     แต่ถึงกระนั้นกระดานโชงิก็ยังหวนมาปรากฏภาพในใจเป็นระยะอย่างไม่รู้สาเหตุ

     กัปตันทีมมาถึงโรงยิมตามเวลาเป๊ะเหมือนทุกครั้ง

     ข้างในมีโมโมอิ อาโอะมิเนะ คุโรโกะ คิเสะ สองคนแรกกำลังถกเถียงอะไรสักอย่าง อาจจะเป็นเรื่องช้อปปิ้งของโมโอิหรืออาจจะเป็นการเล่นของอาโอะมิเนะ สองคนหลังหยอกล้อกันอยู่ไม่ไกล คิเสะถลันเข้าไปเซ้าซี้คนตัวเล็กกว่าที่มีสีหน้าหนักใจเห็นได้ชัด นอกนั้นก็ปกต..... ไม่สิ อาคาชิสังเกตุเห็นอย่างบางอย่าง

     สมาชิกทีมเขาไม่ครบ มุราซากิบาระนั้นมาสายนั้นไม่แปลก ร่างยักษ์ใหญ่ชอบออกไปตามหาขนมมาตุนไว้ แต่มิโดริมะ มักจะมาก่อนใคร บางทีเขาเปิดกระตูก็พบอีกฝ่ายฝึกชู้ตบาสแล้วด้วยซ้ำ

     "โมโมอิ"

     "ค..คะ?"

     หญิงสาวผมชมพูตอบรับอัตโนมัติ ผละจากการถกเถียง วิ่งตึกๆมาหากัปตันทีมที่มีสีหน้าเฉยชากว่าปกติทันที พลางสั่นในใจและสงสัยหรือว่ามีใครทำอะไรผิด

     "มุราซากิบาระ กับ มิโดริมะ ล่ะ?"

     "มุคคุงกินขนมหมดเกลี้ยงเลยออกไปหาแถวมินิมาร์ทใกล้ๆค่ะ แต่มิโดริน... จะว่าไปไม่เห็นตั้งแต่เลิกเรียนแล้วล่ะ" โมโมอิเอียงคอพลางหันไปถามเพื่อนวัยเด็ก

     "เห็นมิโดรินบ้างไหม?"

     "แล้วทำไมฉันจะต้องเห็นหมอนั่นด้วยล่ะ!?" อาโอะมิเนะแว้ดอย่างหัวเสีย "ฉันไม่ใช่พี่เลี้ยงซะหน่อย"

     "อาโอะมิเนะ"

     อาคาชิเอ่ยปรามด้วยเสียงต่ำ เล่นเอาเอสเทย์โคคุปิดปากฉับ ชายหนุ่มเรือนผมแดงหลับตาลงถอนหายใจ ก่อนจะโบกมือตัดบทสนทนา เป็นสัญญาณให้สมาชิกมารวมตัวกันเพื่อนที่เขาจะได้บรีฟการฝึกให้แต่ละคน

     ครืด-

     เสียงประตูเปิดออก อาคาชิเหลียวมอง ก็พบเงาร่างสูงใหญ่ผมสีม่วงยาวปรกตา 

     "อ้ะ อาคาจินมาแล้วเหรอ 'โทดทีน้า" น้ำคำลากเสียงแบบเด็กๆไม่เข้ากับขนาดตัวดังขึ้น เจ้าตัวหอบขนมไปกองบนที่นั่งอย่างเนือยๆแล้วเข้าประจำที่

     อาคาชิปรายมองแถวสมาชิกที่สมควรมีห้าคน เวลานี้กลับมีแค่สี่... อย่างหงุดหงิดใจ ในที่สุดชายหนุ่มก็ยอมรับความคิดนี้เมื่อครู่เขามองไปที่ประตูอย่างไม่รู้ว่าตนคาดหวังอะไร ความคิดนั้นหายไปไวพอๆกับความโกรธตอนหลังเลิกเรียน

     …หรือว่าจะถอดใจซะแล้ว

     คิ้วมุ่นเข้าหากัน กัปตันหนุ่มไม่พอใจกับความคิดนั้นเลย ทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่เมื่อมีคนแพ้เขาแล้วจากหายไป แต่ว่าทำไม... ทำไมเขาถึงรู้สึกผิดหวัง และความรู้สึกนี้ก็รุนแรง แปลกใหม่ต่อสภาพจิตใจเขาเหลือเกิน

     "จับคู่ไปซ้อมกับตามนี้ แก้ไขไปก่อน" สมาชิกทั้งหมดพยักหน้ารับ ก่อนจะแยกกันไปคนละมุม ผลัดกันวอร์มอัพและเริ่มฝึกซ้อม 

     เสียงลูกบาสกระทบพื้นดังตึง รองเท้าหลายคู่เสียดสีไปบนพื้นเงาวับเอี๊ยดอาดเสียดหูเหมือนเคย ทว่าสนามบาสคุ้นตากลับไม่มีอะไรเหมือนเดิม เฉดสีแสงเบื้องหน้าซีดจางเลือนหายราวถูกน้ำชะโลมราด ทีละนิด ทีละนิด จนท้ายสุด แม้แต่ร่างสมาชิกทีมขยับเคลื่อนไห