[TF+FanFiction] Unreveal 01

posted on 21 Oct 2011 21:14 by kaos in TF

Warning: X

Let's get clear before read (เพราะรักจึงบอกw):

ฟิคทรานส์นี่เนื้อหาจะอิงจากหนัง TF3 ล่าสุดเป็นหลัก และมีสอดแทรกเนื้อหาAUตามความเข้าใจ ที่ได้อ่านจาก Graphic Novels book ตามยถากรรมที่ได้อ่าน (เช่นภาคหนังเกือบทั้งหมด) โดยไม่มีความเกี่ยวข้องกับภาคG1 หรืออื่นๆแม้แต่น้อย (เขียนโยงหมดคนเขียนอาจสาหัสได้w)

 ศัพท์แสงไม่ใช่ไทยล้วน มีการสอดแทรกตามอรรถรส และทับศัพท์เฉพาะเช่นชิ้นส่วนต่างๆของบอทส์ ออพติค=ดวงตา เป็นต้น

 ที่สำคัญ นี่คือแฟนฟิคชั่นที่แต่งเอาบันเทิงเฉยๆแนวบอทยาโอย และหุ่นคนนะจิ เพราะงั้นอ่านๆไปมันจะsick mind ขึ้นเรื่อยๆ(เช่นเดียวกับคนแต่ง) ก็ถือว่าเตือนกันตรงนี้แล้ว ใครรู้สึกแสลงว่ามันบียอนยังรับไม่ได้ ก็ถอยออกจากลวดหนามไปเสียแต่เนิ่นๆนะจิ๊

 :: AU ในส่วนของชื่อออพติมัส เนื่องจาก Graphic Novels ที่อิงหนังไม่เหมือนกัน บางอันมีตั้งแต่โอไรอ้อน บางอันตัดมาออพติมัสเลย เป็นที่สับสนนัก แต่เนื่องจากโอไรอ้อน แพกซ์เป็นตัวตนดั้งดนของออพติมัสตามต้นฉบับ จึงอิงแต่งเป็นโอไรอ้อน
 

  

Untitle

Unknow

Un..reveal

 

 

 

        หน้าตึกสูงแทบจรดถึงฟ้าแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มไฟเคยแรงกำลังทะเลาะกับ 'รถ' ของเขา  ..ใช่ มันฟังดูงี่เง่าแต่ความจริงคือรถเขาดันพูดได้ เถียงได้ไม่ตกฟาก

        แซม วิทวิคกี้ กำลังทำหน้า 'โปรดระวัง มนุษย์ดุ' ใส่รถคาเมโร่สีเหลืองคาดลายซิ่งดำ มันส่งเสียงง้องแง้งไม่เลิกใส่เขาตั้งแต่เมื่อไหร่นะ อ้อใช่ เลิกงานห้าโมงและ...เขาดูนาฬิกาข้อมือ ..จนถึงตอนนี้าสองทุ่มกว่า เยี่ยม! เขาเสียเวลาอยู่กับเหล็กมากกว่าอยู่กับเนื้อตัวแฟนสาวแล้วหรือเนี่ย?

        "โอเค บี เรารีบจบการโต้วาทีงี่เง่านี่ได้ไหม" แซมโบกมือแบบหมดความอดทน

        "ใครกันแน่ที่งี่เง่า!? -คุณมันผู้ชายเฮงซวย-ที่ต้อง--โดนเตะก้นซะบ้าง!"

        เขาฟาดมือผัวะเข้าที่กระโปรงรถให้กับเสียงวิทยุกวนประสาท พักหลังๆนี่ บัมเบิ้ลบีสนุกกับการกวนเขาด้วยเสียงสาวๆในหนัง

        แต่แน่นอนว่าฝากระโปรงรถก็ดีดมือแซมเข้าให้

        "โอ้ย!.. บี!! นายเลิกงอแงซะทีได้ไหม!? กับอีแค่ฉันไม่ได้ขับนายมาทำงานครั้งที่สองน่ะ"

        เพราะครั้งแรกมันเสียไปกับรถกระป๋องโหล่ยโท่ยและเขามัวเสียเวลากับการเก็บหัวให้อยู่กับตัวจากดิเซ็ปติค่อนหลังจากสงครามย่อมๆสงบลง การฟื้นฟูเมืองจะดำเนินไปได้สักระยะแล้วแต่เห็นได้ชัดว่าไม่มีผลสำหรับธุรกิจ ถึงโลกจะเกิดหายนะ พนักงานเงินเดือนก็ยังต้องมาทำงาน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเด็กวิ่งเอกสารอย่างเขาเลย ถึงตอนนี้เจ้านายเขาจะสืบทอดปณิทานเว็บ 'หุ่นบิ๊กบึ้มดอทคอม' จากคนแถวเซ็คเตอร์7ไปแล้วก็ตาม... เอาเป็นว่าลองขับรถหรูมาทำงานสิ ไม่โดนเขม่นจนตาเขก็แปลกแล้ว

         อีกอย่างเพื่อนร่วมงานไม่ได้รู้วีรกรรมฮีโร่ของเขาด้วยนี่หว่า...

         "You can't sleep tonight knowing it's all right~ ..you with me, you've been here all along~"

        "เออ ฉันยืนรากงอกตรงนี้เป็นชั่วโมงก็เพราะนายเนี่ยแหล่ะ!! ให้ตายสิ ตอนนี้ฉันหงุดหงิดมาก โอเค้? ถ้ามีดิเซ็ปติค่อนแถวนี้ ฉันคงวิ่งไปเล่นมวยปล้ำกับมันนานแล้ว!"

        "นั่นเป็น-การกระทำที่โง่สิ้นดี"

        "ขอบใจที่ช่วยย้ำแรงๆ รู้ไหมการช่วยกู้โลกสามครั้งไม่ได้ช่วยให้ชีวิตฉันดีขึ้น แทนที่จะไปตีกับดิเซ็ปติค่อนสู้สอนให้คนในบริษัทใช้แฟ็กซ์ข้ามชั้นเป็น ชีวิตฉันอาจจะง่ายกว่านี้ ฉันหมายถึง...บ้าเอ๊ย! นี่มันบริษัทชั้นนำชวนหัวของโลกแต่ดันใช้เด็กวิ่งเอกสารร้อยชั้นแทนที่จะใช้แฟ็กซ์!! " แซมบ่นรวดเดียวยาวเหยียด "แล้วนี่อะไร ฉันต้องมาเจอรถเอาแต่ใจ ตอนเลิกงานอีก "

        "แต่ฉันเป็น--รถของเธอ-เราควรจะ-ทำให้มันสง่างาม"  บัมเบิ้ลบีพยายามพูดผ่านสื่อวิทยุแบบน่าขำต่อไป

         แซมสีหน้าอ่อนลง

         "ฉัน..เฮ้อ!... ฉันเข้าใจ ขอบใจนะเพื่อนยาก " แซมนั่งลงบนฝากระโปรงรถแล้วตบเบาๆ "ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากอยู่กับนายทุกๆวันนะบี แต่ว่า...."

          บัมเบิ้ลขยับล้อหมุนไปทางอื่น "Just gonna stand there and watch me cry ,that's alright I love the way you lie~ "

           "เฮ้- ซีเรียสนะบี ถึงฉันจะ....ทำเพื่อโลกแค่ไหน แต่ความจริงคือฉันยังเป็นเด็กเอกสารที่ต้องวิ่งเต้นอีกปีกว่า"

           "เป็นยุคสมัยที่ไร้ความยุติธรรม"

           "แหงล่ะใครบอกว่ายุติธรรมล่ะ? ฉันหงุดหงิด ประสาทเสียและสิ้นหวัง จนถึงขั้นตั้งชื่อรถเข็นว่าบีสอง ..อย่าว่ากันนะ"

            แซมชี้ส่งเดชไปรถเข็นหน้าตาบิดเบี้ยว เลี้ยวเป๋ไม่สมดุลย์ แถมยังมีโมบายรูปผึ้งน้อยห้อยอีก
นั่นทำให้รถที่ชายหนุ่มนั่งอยู่สั่นสะเทือนรุนแรงจนเกือบร่วง ก่อนจะเห็นบอดี้รถแทบล้อขวากลายเป็นมือขนาดเบิ้มข้างนึงตบ 'บีสอง' จนปลิวเคว้ง ...จี้จุดหวงเข้าแล้วรึไงวะเรา แซมเกาหัว

             มือข้างนั้นเปลี่ยนกลับเป็นทรงรถตามเดิม  ราวกับตอบรับความคิดที่ปัดหน้าฝนขยับแรงๆ ไม่สิเขารู้สึกว่ามีลมพ่นใส่จากข้างหลังอย่างขัดเคืองด้วยซ้ำ

            "ถ้านายลืมไปนะ บี..ไอ้เจ้าน้องข้ามรุ่น บีสองนั่นน่ะมันทรานส์ฟอร์มแบบนายไม่ได้ เละ..ก็คือเละ"

            แซมได้ยินเสียงแตรเบาๆคล้ายสะอึก เลยค่อยๆเหลียวไปใช้ดวงตาสีเขียวถลึงมอง

            "I suppose-..... I just wanna be ,I just wanna be successful~"

             "บี!!"

             "Hic..!.....หนูขอโทษค่ะพ่อ...."

             เขาแทบจะเผ่นไปหยิบค้อนปอนด์มาทุบให้รู้แล้วรู้รอด แต่คิดอีกทีเขาต่างหากที่จะโดนทุบตัวติดดินด้วยความสูงเท่าตึกสามชั้น..หรือสี่

              เอาเถอะ แซมคิดอย่างปลงอนิจจัง เขารู้มานานแล้วว่าบีเป็นน้องแสบของกลุ่มออโต้บอทส์ เลยแค่โบกมือยอมความกันไป

              "ช่างเถอะ เอาเป็นว่าขอเวลาฉันเตรียมใจกับการโดนเหม็นขี้หน้า สองสามวัน โอเคไหม?"

              "ohh~h , Just.... Can't Help But Wait ~"

              แซมเคาะเรียกบี  "หยุดประชดประชันฉันซะที  ก่อนหน้านี้นายคือฝ่ายที่ยุ่งจนไม่มีเวลาให้ฉันก่อนนะ?"

              เสียงวิทยุของบัมเบิ้ลบีถึงกับเงียบไปเลย แต่ถ้าเงี่ยหูฟังดีๆเขาได้ยินเสียงเครือแผ่วๆจากเซ็นเซอร์เสียงที่ชำรุด ถึงฟังไม่ออกแต่ก็รู้ว่าบีเสียใจ

              "นายก็มีเส้นทางของนาย ฉันก็มีเส้นทางของฉัน จู่ๆนายจะบังคับให้ให้เส้นทางเรามาบรรจบกันทันทีเลย มันออกจะยากไปหน่อยนะ"

              คราวนี้ไม่มีเสียงเพลงแล้ว มีแต่เสียงครางแผ่วๆจากรถคล้ายจะร้องไห้มากขึ้น

              "ฉันพยายามอยู่- บีได้ยินไหมฉันกำลังพยายามจะไปอยู่กับเส้นทางของนายให้ได้ " แซมลูบหลังคารถราวกับปลอบใจเพื่อนยาก

              "แต่นายต้องให้เวลาฉันพิสูจน์-.....ไม่พึ่งเส้นสายอีกแล้ว ฉันจะหาทางของฉันเอง"

              "Can we pretand that's airplane in the night sky like shooting stars- ,So I can really use a wish right now, wish right now.."

               เพลงจากวิทยุของบัมเบิ้ลบี พลอยบีบใจแซมไปด้วย แต่เขาก็หัวเราะฝืดๆ

             "ฉันว่านายภาวนาอย่าให้มันมีจะดีกว่า เครื่องบินลำสุดท้ายที่โฉบผ่านหัวฉันคือสตาร์ครีม.." แซมยิ้มหน่าย "ไว้เราไปอธิษฐานกับปืนออพติมัส ดูมีโหงวเฮ้งกว่ากันเยอะ ถึงตอนนั้นฉันจะไปด้วย"

             "เกี่ยวก้อยสัญญา!"

             "....นับวันชิพในหัวนายชักจะถอยหลังนะ" แซมทำหน้าเอือม แต่ก็กระโดดลง เดินอ้อมฝากระโปรงรถไปจับโมบายรูปผึ้งน้อย "สัญญาก็สัญญา ไอ้ผึ้งแสบ  อีกสามวันเจอกัน"

             เท่านั้นเองชายหนุ่มแทบได้เห็นรถคาเมโร่ 'ครั๊มปิ้ง'ตรงหน้า ไม่สิ...เอเลี่ยนครั๊มปิ้งค์ต่างหาก  เสียงหัวเราะดังขึ้นแผ่วๆ

             "แต่ระหว่างนี้ฉันขอตัวไปหงุดหงิดกับเจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงก่อนล่ะ"

             "ฉันจะรอเธออยู่ที่นี่....จนกว่า...จะถึงเวลา ฮาเลลูย่าห์!!"

             "ช่าย-ย ฮาเลลูย่าห์ซะไอ้เกลอ ขอบคุณฟ้าดินซะที่มันดึกจนพนักงานกลับบ้านไปหมดแล้ว เหลือแต่ลานจอดรถที่เงียบเหงา" แซมบ่น "ไม่งั้นเราได้เซย์ ไฮ กับโรคพยาบาลโรคจิตแหงๆ...." 

              ระหว่างที่ชายหนุ่มหันหลังให้กำลังจะเดินเข้าตึกนั่นเอง เสียงคลื่นวิทยุซ่าๆก็เปลี่ยนไปราวกับเคร่งขึมขึ้น จากประสบการณ์มันกำลังกระซิบบอกเขาว่า เหตุการณ์ไม่ปกติ และเตรียมตัวเจอเรื่องได้เลย 
              เป็นไปตามคาดไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายเรียก เขาก็หันหลังกลับไปพบว่าตัวเองกำลังจมอยู่ในเงาร่างสูงใหญ่ยิ่งกว่าบีหลายเท่าตัว

              "ออพติมัส..?"  

             ใบหน้าโลหะเย็บเยียบประดับดวงไฟนัยน์ตาสีฟ้า  พยักให้แผ่วเบา

 

          

 

 

 

 

 
              ยามเมื่อข้าเห็นไซเบอร์ทรอนปรากฏบน'โลก'  ถึงจะแค่ชั่วพริบตาเดียวหลังจากแท่งพลังของเซนตินอลถูกทำลาย
              ข้า...กลับไม่รู้สึกว่าที่นั่น..คือ'บ้าน'อีกแล้ว....
             ..เมกะทรอน ถ้าเจ้ามายินเข้า...คงด่าข้าว่าเหลวไหล.........
             เพราะไซเบอร์ทรอนไม่เคยเป็นบ้าน แต่เป็นสนามรบตลอดกาลของเหล่าไซเบอร์ทรอนเนี่ยนต่างหาก
            
             ..และข้าคือออโต้บอทส์วิทยาศาสตร์....
 
             ..ที่สมควรอยู่ในเงาเจ้า ..ตลอดกาล....
  
 
            "มีอะไรเหรอ ออพติมัส?"  แซม วิทวิคกี้ เอ่ยถามผู้นำบอทส์ทที่นิ่งเงียบ ปกติออพติมัสก็เงียบขรึมอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ยิ่งเงียบลงไปอีกขนาดบีติดเขาแจยังต้องถอยห่างออกไป เหมือนเด็กน้อยที่รู้ว่าพ่ออารมณ์ไม่ดี ...และเขาหวังว่าตนเองไม่ใช่ต้นเหตุ
            แต่ถึงจะทำใจกล้าถามออกไปได้  พอคู่สนทนาร่างยักษ์ขยับโครงหน้าเหมือนกัน 'ขมวดคิ้ว' แซมก็ได้คร่ำครวญในใจ ..โอ้ว..เค๊ส์ อีโก้ฉันเริ่มจะฝ่อแล้วเหมือนกัน ..บี!นายมาให้ฉันหลบหลังหน่อยดิ๊!
 

            "ปอดฉันบานจนแทบจะกระพือบินได้อยู่แล้ว" แซมคราง

            "หืม?" 
 
 
            ออพติมัสส่งเสียงสงสัย และนั่นทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งโหยงเหมือนโดนเหยียบหาง
 
           "ปล๊าว! ไม่มีอะไร เอ้อ ผมหมายถึงมีอะไรก็พูดๆเหอะนี่มันกลางเมืองนะ ถึงจะตอนดึกก็เถอะ  ไม่ดีมั้งที่คุณจะแอบจากฐานเนสท์.. เอ้ย!โทษที ไม่ได้หมายความว่ายังงั้น โว้ย ตูพูดไรอยู่วะเนี่ย "

           และอะไรทั้งหลายแหล่ในหัวก็ไหลออกปาก...... นี่แหล่ะสาวๆถึงเมินเขาล่ะ