[Fic:+:Rain in my heart] TVXQ

posted on 30 Jun 2008 19:58 by kaos  in Fictions

เปิดซิงครั้งแรก กับการแต่งฟิคหนุ่ม3D ....=[]=!!!

โอ้โดนัลดั๊กมันเป็นไปได้แล้ววววว

ปัญหาคือไม่รู้จะจับใส่หมวดไหนดีระหว่างฟิคกับTvxq....

ร้างไปนานฝีมือตกหล่นบ้างก็ขออภัยล่วงนะคับ (รีบออกตัวก่อนจะได้ไม่โดนด่าเยอะ ฮา)

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-++

[Fiction:+:TVXQ]

Authur:Kaos

Warning: Unknow

โปรดใช้สัญชาตญาณในการอ่าน

X สตรีมีครรภ์ แลของจะเข้าครรภ์ได้

Xบุคคลใดๆ ผู้ซึ่งไม่นิยมชมชอบ ขอให้ปิดโดยพลัน

X......Y

Paring: Unknow

Don't take this without credit or แจ้งก่อนครับ

 

 

 

 

 

[............Rain in my Heart..............]

 

 

       ฉันไม่เข้าใจ……ว่าทำไมนายถึงทำ…

       ฉันสับสน…ทุกครั้งที่นายทำ…

       และสงสัย…..

       ว่าเราจะเป็นอย่างนี้…ตลอดไปหรือปล่าว…..

 

       ทงบังชินกิ หรืออีกชื่อหนึ่ง คือโทโฮชินกิ..
       ชื่อที่ระงมลั่นไปทั่วทั้งฮอลล์ด้วยสำเหนียกภาษาต่างแดน แม้จะมีกำแพงภาษาขวางกั้น แต่คำๆนี้กลับเข้าใจได้ไม่ต้องกลั่นกรอง เส้นไฟหลายสีโบกไปมาในความมืด ป้ายประดับไฟลดเลี้ยวเป็นชื่อบ้าง ให้กำลังใจบ้าง ชมบ้าง ยกขึ้นลงเพื่อจะหามุมให้ผู้อยู่บนเวทีเห็นได้ชัดมากที่สุด
       คอนเสิร์ตโทโฮชินกิ..Five in the black เริ่มมายาวนานทั้งสัปดาห์  ตอนนี้เหลืออีกแค่ไม่กี่แห่ง มันทั้งล้าทั้งเหนื่อยก็จริง แต่พอเห็นสีหน้าแฟนเพลง ได้ยินเสียงเรียกร้องอย่างยินดี มันก็พลอยกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา เท้ายังคงหมุนเต้นไปมา แม้ข้างในจะเจ็บแทบตาย เบื้องหน้าเวที เซีย …เขาคือชายหนุ่มผู้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทว่าหลังเวทีกองผ้าเกลื่อนกลาด คือผ้าพันเท้าของเขาเอง
        ยุนโฮ ลีดเดอร์ของวงนอนพาดเท้ากับโซฟา หมดเรี่ยวหมดแรงไปกับอีกวัน เหลือบมามองนิดนึงก่อนจะร้อง

        “เฮ้…ย จุนซูทำเท้าช้ำเพิ่มอีกแล้ว พี่เลี้ยง ปฏิบัติหน้าที่ด่วน” เสียงเฮียยุนสั่งเร่าๆ
        ‘พี่เลี้ยง’เพิ่งกินน้ำเสร็จถึงกับส่ายหัวแล้วเดินมาดู เอื้อมมือจับเท้าพลิกดูอย่างถือวิสาสะ เรือนหน้าสุขุมจึ๊ปากให้เขาแล้วออกปากดุเบาๆ
        “ไม่ดูแลตัวเองเล้ยให้ตาย เพลาๆซะมั่งสิ” เสียงทุ้มว่าหัวเสียไม่น้อย “ถ้านายยังเต้นแบบนี้ตลอดจนจบคอนฯนะ…เท้านายรับอีกไม่ไหวแน่ จุนซู”
         ชายหนุ่มตัวเล็กกว่าแหงนหน้ามองรั้นๆ
        “ไหวไม่ไหว มันก็เท้าฉัน เพื่อแฟนเพลงมันต้องทำให้ดีที่สุดสิ!!” ใบหน้าขาวกระจ่างปิดความหงุดหงิดไว้ไม่มิด
        “ถูก มันเท้าของนาย แต่อย่าลืมว่าเท้านายมันส่งผลต่อชีวิตของทั้งวงเลยนะ คิม จุนซู” ปาร์ค ยูชอนว่าอย่างสงบ
         คนดื้อดึงสะอึกน้ำลายก้อนโต ยิ่งขัดใจมากขึ้นเมื่อถูกทำเหมือนเป็นเด็กๆ ..ทำไมมีแต่เขาที่โดนจ้ำจี้จ้ำไช ทีชางมินอายุน้อยกว่ายังไม่เห็นโดนขนาดนี้เลย ….ไม่ชอบ อยากให้เห็นเป็นผู้ใหญ่กว่านี้ เป็นเด็กแล้วมันเหมือนภาระ
         “อ้าว พี่จะไปไหนน่ะ?”
         น้องเล็กสุดของวงเอ่ยถามแต่ไม่เป็นผล อีกฝ่ายปิดประตูโครมเดียว เงียบกริบทั้งห้อง ในที่สุดพี่ใหญ่หน้าสวยก็เป็นฝ่ายเอ่ย พลางเบือนหน้าไปทางตัวการ
         “ความคิดดีเหลือเกินนะ ส่งไอ้ยูชอนไปเป็นพี่เลี้ยง…นู่นงอนไปนู่นแล้ว” แจจุงกอดอกให้หัวหน้าวง
         “ก็เด็กมันดื้อ” เสียงคนกะล่อนแก้ตัวลอยมาน้ำขุ่นคลั่ก “อีกอย่าง จุนซูน่ะต้องใช้เหยื่อปราบ”
         ‘เหยื่อ’เหมือนจะหันมามองด้วยสายตาต่อว่าคนพูด …ผมตกเป็นเหยื่อความขี้เกียจเฮียมากกว่า มิคกี้ถอนหายใจราวปลงตก โบกมือไล่คนล้อเลียนคำพ้องความหมายชื่อตน
          “ไปไกลๆเลยเฮีย เดี๋ยวผมไปตามโลมาของเรากลับมาก่อน”
           ชายหนุ่มออกจากห้องไปอีกคน สามสมาชิกในวงพร้อมใจกับมองหน้า
          “งานนี้คิดว่าจะมีฟาดหางกันบ้างไหม?” แน่นอนว่าแจจ๋าเริ่มก่อน
          “ผมว่านะ ..ไม่แค่หางหรอกที่ฟาดน่ะ” ชางมินสำทับยุนโฮถึงกับกุมกบาล
          “ตูล่ะจะบ้า ฟาดกันยังไงก็อย่าให้โดนหน้าละกันเว้ยเฮ้ย ขืนมีแผลโดนสไตล์ลิสฆ่าเรียงตัวแน่” หมียุนเหลือกตาขึ้นสวรรค์  ขนาดแผลเท่าเล็บข่วนบรรดาอาจุมม่ายังบ่นกันเป็นวรรคเป็นเวร นี่ถ้ามันเผลอยันเปรี้ยงกันเข้าให้ ..มิตายยกวงเรอะ

 

 

        คนช่างงอนหลบออกมานั่งแถวดาดฟ้าได้พักนึงแล้ว สีท้องฟ้าเป็นสีโปรดของเขา เวลาไม่สบายใจพอมองแล้วก็ดีขึ้น แต่ว่าวันนี้ทำไมมันดูขี้ริ้วขี้เหร่ ดูแล้วยังไงก็หงุดหงิดเหมือนเดิม เผลอพาลมองเมฆเป็นหน้าคนในวงจนครบ เขาแง่งใส่ก้อนที่ดูเหมือนมิคกี้และยุนโฮ  ร่างผอมเล็กกระโดดตีไม้ตีมือใส่อากาศธาตุ ทางกลุ่มเมฆสองก้อนนั้น
         ฮยองบ้า….ยูชอนก็บ้า!!….งี่เง่าๆ ทำเหมือนเราไม่เคยโตอย่างนั้นล่ะ ไอ้ชางมินแกก็บ้าเหมือนกัน ฉันเป็นพี่แกนะโว้ย เด็กแก่แดดเอ้ย  …
         เขาดีใจที่ได้มาญี่ปุ่น ดีใจที่ได้เล่นคอนเสิร์ต ดีใจที่มีแคสสิโอเแยมากมายต้อนรับ เจ็บแค่ไหนไม่ยั่น เหนื่อยแค่ไหนไม่ท้อ ทุกๆวันของเขาจะเป็นวันแห่งความสุข …ถ้าไม่มียูชอนซักคนละก็ นึกแล้วก็ยิ่งเคืองขึ้นไปอีก ตัวหัวโจกนำแกล้ง  ชอบนักเวลาเขาหงุดหงิด พอเขาโกรธก็มาตามงอดง้อเหมือนตบหัวลูบหลัง เล่นคอนฯมาสามวัน แทบประสาทเสีย
          ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทกันมากที่สุดก็เถอะ แต่หมู่นี้มันชักจะบ่อยไปแล้วนะ!!
          …ย๊า---!!ตายซะเถอะ ปาร์ค ยูชอน!!!!!!
         คนตัวสูงกว่าลอบมองคนตัวเล็ก ระบายอารมณ์ใส่อากาศอย่างไม่สนใจอ้ายอีหน้าไหน เขาตัดสินใจจะยืนรอตรงซอกข้างๆประตู หมายให้คนอารมณ์เสียสงบลง ขืนโผล่ไปตอนนี้ไม่รู้จะโดนมือเรียวๆนั่นฟาดเอาเท่าไหร่ (ช้ำหน่อยๆ หรือไอซียู) ไม่รู้ล่ะเว้ย…กันไว้ก่อน
         แต่เมื่อล่วงเลยไปแทบจะเป็นชั่วโมง โลมาตัวนี้ก็ยังไฮเปอร์ทุบตีลมไม่เลิก ปากก็บ่นว่าไม่หยุดจนตาขวาคนโดนบ่นกระตุกแล้วกระตุกอีก ยูชอนตัดสินใจจะรออีกหน่อย ถ้ายังไม่หยุดก็จะเข้าไปลากกลับห้องพักซะที ทว่าเสียงแหลมๆร้องโอ๊ยมาหน่อยนึง พลางทรุดตัวลงนั่ง
         “อา…..” มือคู่บาง จับเท้าพลางครางแผ่ว ผิวขึ้นสีแดงช้ำไปทั่ว จนบางส่วนก็เริ่มม่วงคล้ำ
         “ไงล่ะซ่านัก”
          “ยูชอน!?…”
           คนตัวเล็กหันขวับ บนหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายตกใจ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าโกรธอีกฝ่ายอยู่ถึงค่อยเบือนหนี  ถ้าคิดจะมาลากกลับล่ะฝันไปเถอะ
          “จุนซู อา….” เสียงทุ้มเรียก
          เล่นไม้นี้เลยเหรอ….แต่ร้องให้ตายจุนซูคนนี้ก็ไม่หันให้หรอก…
           “จุนซู อา--…….”
          ก็ใช่ว่าคนง้อจะรอให้คนงอนเป็นฝ่ายหันมา จัดแจงพาตัวเองไปนั่งจ้องหน้าอีกฝ่ายตอนไหนไม่ทราบได้ รู้ตัวอีกทีเซีย จุนซูก็สะดุ้งโหยงพลางกระดื้บถอยหนี ไม่พอแอบตีอีกฝ่ายซะหนึ่งที
           “..เฮชส์!!….เด็กดื้อนี่” ชายปาร์คถลึงตาใส่คนรั้น “กะอีแค่แซวนิดหน่อย นายจะโกรธไปถึงไหนนะ คิม จุนซู”
           “ก็เลิกแกล้งฉันซะทีสิ รู้ว่าไม่ชอบก็แกล้งอยู่ได้” คนดื้อไม่ยอมแพ้
           “ถ้าไม่ให้แกล้งแล้วจะให้ทำอะไร หรือว่านายจะมาเป่ายิ้งฉุบอีกคน” ชายปาร์คหรี่ตามอง พลางนึกไปถึงหัวหน้าวงบ้าๆบอๆเป็นกิจวัตร
           “ไม่เอา มันเด็ก..” เซีย ว่ารั้นๆ
           แล้วที่นายทำอย่างนี้ไม่เด็กหรือไง?……ชายหนุ่มมองราวขัดใจลึกๆ ใจก็อยากจะพักแต่ก็ทำไม่ได้ ในเมื่อทั้งวงมีเขาคนเดียวที่สามารถปราบพยศร่างเล็กนี้ ยูชอนแสร้งถอนหายใจต่ำพลางพึมพำหลุดสำเนียงอเมริกาออกมา
            “Ok,ok นายต้องการอะไร?”
            “ตลอดคอนที่เหลือเลิกแกล้งฉัน”
            “and?”
            “เลิกทำกับฉันเหมือนเด็ก”
            “anything else?”
            “นายแกล้งพูดนี่หว่า!!!”
             ชายหนุ่มตัวเล็กว่าแหวใส่ เมื่อคนรับปากทำตาลอยๆ แค่เออออตามประสา เขาหลุดร้องเสียงแหลมประจำตัว ก่อนจะตีเจ็บๆใส่ป้าบใหญ่ กระทืบเท้าที่ช้ำตึงตังเข้าตึกไป เขารู้อยู่แล้วว่ายูชอนต้องมาไม้นี้ เขารู้ดีด้วยว่าไอ้ที่พูดไปทั้งหมดเมื่อครู่ มันไม่มีวันทำให้หรอก ก็พวกนั้นสนุกที่ได้แกล้งเขาจะตายไป เหมือนเด็กได้ของเล่นนั่นแหล่ะ….ฮึ!
            มือหนาใหญ่อุ่นๆตวัดรวบคอจากด้านหลัง คนตัวเล็กเซไปชนอกร่างสูงกว่าข้างหลังโดยไม่ทันตั้งตัว พอนัยน์ตาคู่ใสเหลือบมองก็พบเรือนหน้าคมคายเผล่ยิ้มอ้อน
            “จุนซูอา~โลมาน้อยของเรา” ว่าพลางขยี้หัวจนแทบเสียทรง “นายจะงอนไปถึงไหน กลับไปทำเสียงแปลกๆให้พวกเราหัวเราะกันที่ห้องพักดีกว่า”
            คนช่างเจรจาหว่านล้อมให้คู่สนทนาหายโกรธ แต่ก็ได้ยินเพียงเสียงขัดใจเบาๆ
            “come on~ พี่ยุนเป็นห่วงแย่แล้ว ไหนจะชางมินกับพี่แจอีก นายก็รู้ว่าพวกเขาปากร้ายแต่ก็วิตกจริตง่าย” มิคกี้กระชับกอดแน่น ยิ้มงอดง้อ
            “ไม่กลัวเขาประสาทเสียเพราะเป็นห่วงบ้างรึไงนะ จุนซู~”
            สิ้นคำอีกฝ่ายก็หันมามองด้วยสายตาพิฆาต นัยน์ตากลมใสที่ดูร่าเริงแต่เมื่อโกรธก็เผยอารมณ์ออกมาตรงๆ และตอนนี้มันกำลังบอกว่าเจ้าของนัยน์ตาคู่นี้กำลังหงุดหงิด และขัดใจมากด้วย ใช่…แต่ก็กำลังจะใจอ่อน เพราะคำกดดันอ้อมๆของเพื่อนซี้  หนุ่มปาร์คยิ้มกว้างสำทับให้ซะอีกหนึ่งที เท่านั้นเองเซียก็สะบัดตัวจากอ้อมแขนเขาเร่าๆ พลางเอามือเอาไม้ปัดๆ
            “หนัก……..” ว่าแล้วก็เดินงอนทั้งหน้าทั้งก้นดุ่ยๆไปห้องพัก
            มิคกี้มองแล้วมองอีก ก็ยิ้มพลางพ่นลมเฮือกใหญ่ สงสัยคราวนี้จะแกล้งหนักไปหน่อย ปกติมาออเซาะมาเกาะก็ต้องมีใจอ่อนกันบ้างแล้ว แต่นี่ดูเหมือนไปเติมเชื้อไฟให้ซะมากกว่า

 

 


        ‘พี่ยุนเป็นห่วงแย่แล้ว ไหนจะชางมินกับพี่แจอีก นายก็รู้ว่าพวกเขาปากร้ายแต่ก็วิตกจริตง่าย’
        ‘ไม่กลัวเขาประสาทเสียเพราะเป็นห่วงบ้างรึไงนะ จุนซู~’
         ประโยคพวกนั้นยังลอยชนกันไปชนกันมาในหัวคิม จุนซู เขาขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ รู้สึกงอนและน้อยใจนิดๆ ยิ่งคิดมากเท่าไหร่ ยิ่งอยู่กับความเงียบมากเท่าไหร่ ก็เหมือนจะเจ็บแปลบปลาบในอกขึ้นทุกที เหมือนน้ำคำของคนที่เขาถือเป็นเพื่อนรักคนนี้จะทำร้ายเขาไม่รู้ตัว แถมทำร้ายในสิ่งที่เป็นจุดอ่อนไหวเขาอย่างนึง
         หรือนายจะไม่เคยเป็นห่วงฉันเลย...สำหรับเขา ชายหนุ่มตัวสูงโปร่งคือเพื่อนสนิทและรู้ใจที่สุดในวง แต่กับอีกฝ่ายล่ะ?จะนับเขาเป็นเพื่อนสนิทหรือเปล่า ในเมื่อยูชอนเป็นคนตลกขำขันก็ย่อมมีเพื่อนมากเผลอๆจะสนิทกับพี่แจจุงมากกว่าด้วยซ้ำ ยูชอน…เคยเห็นเขาเป็นเพื่อนสนิทไหม?
          “อ๊าาาาาา…..” ชายหนุ่มร้อง มือเล็กๆขยี้หัวตัวเองอย่างควบคุมอารมณ์ลำบาก
          เซียกลั้นหายใจนับหนึ่ง สอง และไปเรื่อยๆเพื่อไล่ความคิดบ้าบอ เขาไม่สมควรจะมาเสียอารมณ์เพราะเรื่องพวกนี้เลย ปกติเขาเป็นคนร่าเริงกว่านี้ แล้วทำไมนะ ทำไมคราวนี้ถึงหงุดหงิดง่ายแถมหายยากซะด้วย 
          “เจอตัวแล้ว มัวทำอะไรอยู่ พ่อท่านสวดใหญ่แล้ว” ชางมินโผล่มาจากมุมทางเดิน พลางกึ่งดึงกึ่งลากจุนซู “เราต้องรีบไปArenaอันสุดท้ายนะ ฮยอง!!”
          “ยะ.. รู้แล้วๆ โอ๊ย!เท้าฉันเจ็บอยู่นะเฟ้ย ชิม ชางมิน!” ฮยองร้องท้วงเสียงดังคับทางเดิน
          “ก็ฮยองยูชอนเตือนแล้ว ไม่ยอมฟังนี่”
          “นายเป็นน้องฉันนะชางมิน~! ทำไมถึงว่าฉันแบบนี้~~!!”
           “ถึงอายุน้อยแต่ใช่ว่าความคิดผมจะเป็นเด็กนี่ ฮยอง!เดินตามมาดีๆสิ!!” ชายหนุ่มร้องดุอีกฝ่ายที่ทิ้งตัวลงนั่งบนพื้น พลางตีหน้าขัดใจแบบเด็กเล็กๆ
            “ก็มันเจ็บ!!!!!” เสียงแหบแหลมแหวเข้าให้
            แต่ในขณะที่น้องเล็กของวงกำลังยืนปวดกบาลว่าจะจัดการลากคนหัวดื้อไปยังไงดี ก็มีอุ้งมือจากสวรรค์ มาหิ้วปีกคนตัวเล็กกว่าขึ้นพาดไหล่อย่างง่ายดาย ยูชอนพยักหน้าให้ชางมินเป็นเชิงว่าเสร็จสิ้นภารกิจ ไปกันได้แล้วไอ้น้องเลิฟ
             “เฮ้ เฮ้ เฮ้------!ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้!!” จุนซูร้องเสียงหลง “ย๊าาาาาาาาา---!!!!!”
             “โอ๊ย!นายจะดิ้นหาอะไรน่ะ จุนซู!?”
              ยูชอนคิ้วขมวด พยายามกระชวบเรียวแขนให้แน่นขึ้นอีก พลางนึกบ่นกับเรี่ยวแรงที่เยอะผิดกับรูปร่างของคนบนบ่า
             “ผมฝากฮยองด้วยล่ะ เดี๋ยวผมไปเช็คของก่อนว่าครบไหม” ชางมินว่าจบก็ออกตัววิ่งไป โดยมีเสียงตะโกนไล่หลัง
             “Ok! ฝากดูipodด้วย ถ้าลืมล่ะตายเลย”
              แต่พอสิ้นเสียงมิกกี้ ยูชอนเท่านั้น ก็มีอีกเสียงแทรกขึ้นอย่างโมโห
             “นายตายแน่ ถ้าไม่ปล่อยฉันลงซักที!ได้ยินไหม ยูชอน!!” คนร้องเดือดเป็นไฟ
             “เงียบๆน่ะเป็นไหม!? อยากตายรึไง อยากลงนักจะให้ลง เดินให้ได้ด้วยล่ะ!!”ทว่าเรือนหน้าคมคายก็ตอกกลับแสบร้อนไม่แพ้กัน “ให้ตายสิ ใจเย็นซะมั่งจุนซู ถ้านายดิ้นมาโดนหน้าฉันเป็นรอยจะทำยังไงกับArenaวันมะรืน”
              คนโดนดุยอมลดเสียงลงแต่ก็ยังเถียง
              “มันก็ไม่ขี้เหร่ไปมากกว่านี้หรอกน่า!หน้าผากของนายน่ะ!”
              “Hey! นายมายุ่งอะไรกับหน้าผากฉันเล่า!” ร่างสูงสะดุ้งยกอีกมือขึ้นปกป้องหน้าผากอย่างลืมตัว ราวกับเป็นของรักของหวง 
              “หยุดเลย ไม่ต้องมายุ่งกับมัน”
              “หน้าผากกกกกก~หน้าผากกกกกกกกกกก~!ส่องสว่างเจิดจ้า!!”
              “ย๊าาาาา!!คิม จุนซู!!! ถ้านายล้อต่อ ฉันจะปล่อยให้นายคลานไปขึ้นรถเองนะ!!!!!”
               แทนที่จะหยุดเพราะคำขู่ คนตัวเล็กบนบ่ากลับปล่อยเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นไม่หยุด บรรยากาศขมุกขมัว รุนแรงพลันหายวับไปกับตา จนแม้แต่คนอุ้มก็ชักตามไม่ทัน ทว่าตัวเขาเองก็สนใจที่จะปกป้องตัวจากการถูกล้อจุดอ่อนมากกว่าอย่างอื่น
               “อิยะ ฮ้าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าๆๆๆ!!ปาร์คน้อย นายอ่อนไหวกับมันขนาดนี้เลยเหรอ!!! ฮิยะๆ”
               “Hey~!Shut up! Please---!!!”
               “พูดอะไรของนายน่ะ ฉันฟังไม่รู้เรื่อง ฮิยะๆๆ ปิดลงเหรอ? ชัตดาวน์?? อิยะฮ่าาาๆๆ”ตัวกวนปล่อยมุขไม่เลิก
               “หุบปากไงเล่าหุบปากกก เงียบบบบบ  น่ะเงียบบบบบ”
               “ฉันไม่หุบนายจะทำไม ฮิยะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!!!!!”
                เสียงหัวเราะกลับยิ่งดังมากกว่าเก่า คนโดนล้อก็หมดปัญญาจะต่อปากต่อคำ กะว่าไปถึงรถเมื่อไหร่ พ่อจะปล่อยทิ้งลงมันตรงนั้นเลย ได้แต่จำใจให้ตัวกวนบนไหล่ส่งเสียงขำขันแปลกๆไปตลอดทาง

 


        …บางทีก็ทะเลาะกันจนน่ากลัวอย่างนี้ แต่ก็จะลงท้ายด้วยเสียงหัวเราะไปซะทุกครั้ง ไม่รู้ว่าเป็นความสามารถพิเศษบางอย่างของคนๆนี้รึปล่าว คนที่ยิ้มและหัวเราะได้อย่างจริงใจ กับดวงตาสดใสมักจะบอกความจริงในหัวใจเสมอ จนถูกดุอยู่บ่อยครั้งว่าต้องหัดเก็บความรู้สึกมากกว่านี้ จะเที่ยวบอกใครต่อใครว่าไม่ชอบกันโต้งๆไม่ได้ แน่นอนว่าทุกครั้ง ฮยองก็จะถูกเถียงกลับ …..ว่าผมปล่าวบอก… จะไม่บอกได้อย่างไร ก็เล่นออกอาการทางสายตาขนาดนั้น..
         อยู่ด้วยบางทีก็เหนื่อย บางทีก็สนุก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอย่างหลังมากกว่า เขาชอบเหลือเกินที่จะได้เป็นคนสนิทและทำตัวติดกัน ได้แกล้งบ้างพอครึ้มอกครึ้มใจแม้จะฟังดูแปลกๆ
         …ฉันชอบนายนะ จุนซู My best friend …ชอบมากจนบางทีก็หวงไม่อยากให้ใครใกล้ ถึงได้คอยตามแกล้งเป็นไม้กันหมาอยู่ทุกวัน  กระทั่งกับพี่ยุนโฮที่สนิทสนมกับนายเหลือเกิน
          อยากเป็นเพื่อนสนิทที่สำคัญกว่าแม้กระทั่ง ฮยอง…
          ไม่รู้ว่า ฉันจะเห็นแก่ตัวมากเกินไปไหมนะ…

 

 


        “ย่า~ย๊า!ชักช้าอยู่นั่นล่ะ เดี๋ยวก็สายกันพอดี!!” ท่านลีดเดอร์ยืนรอเฉ่งแต่ไกล
          ระยะทางใกล้แต่เหมือนไกลสำหรับคนไม่ชอบออกกำลังกายเป็นที่สุดอย่างยูชอน กระนั้นก็ยังอุตส่าห์ใช้แรงที่เหลือน้อยนิดไปจนหมดสิ้นกับการแบกคนบนบ่า เซียเงยหน้ามองฮยองคนสนิทก่อนจะยิ้มแหยๆให้พลางกระดิกเท้าดุ้กดิ้กเหมือนกลบเกลื่อนความผิด
          “แฮ่~ ฮยอง ขอโทษน้า~~” เรือนหน้าขาวยิ้ม เอียงนิดๆพร้อมยกมือชิดกัน เป็นท่าประจำตัว
           ..ซึ่งก็มักจะใช้ได้ผลดี
          “ให้ตายสิ เด็กบ้านี่ รู้อยู่ว่าฉันใจอ่อน ยังจะใช้มุขนี้อยู่ได้” ยุนโฮบ่นใส่อย่างตรงไปตรงมา ก่อนจะถอนใจเฮือกใหญ่แล้วโบกมือไล่พลพรรคให้ขึ้นรถ
          “ไปๆๆ ขึ้นรถไปให้หมด เดี๋ยวคิดบัญชีทีหลัง”
          “เฮียคิดบัญชีแน่เหรอ? ผมเห็นมันกลายเป็นหนี้สูญทุกที” กุ๊กไก่ของวงว่าเหมือนจะแขวะอ้อมๆ ส่งให้สมาชิกในรถเห็นด้วย
          “หัวหน้าวง ใจอ่อนเหลือเกิน ระวังแคสซี่จะผิดหวังน้า~”
          “ไม่ใช่ว่าผิดหวังจนเลิกหวังไปแล้วเหรอ ฮยอง” สิ้นเสียงชางมินสำทับ หนุ่มหน้าสวยของวงก็หัวเราะร่วน
            ทำเอาลีดเดอร์เท้าเอวมองอย่างอาฆาต ในขณะที่ยูชอนปล่อยจุนซูลงเดินเพื่อเข้ารถ
          “ย่าๆๆ!!ได้ทีเอาใหญ่เลยนะ!รอให้จบทัวร์คอนเสิร์ตก่อนเถอะพวกนาย!” ใบหน้าหล่อเหลาพ่นลมแรงใส่ตัวกวนในรถ ก่อนจะมาสะดุดกับร่างเก้ๆกังๆข้างกาย
          “ไหวไหมน่ะจุนซู  ………...เอ้า! ฮึบ!!”
           “วะ  เหวอ-----!ฮยอง!!”
           ไม่ทันคิดอะไรทัน คนขาเจ็บก็โดนยกตัวลอยละลิ่วโดยชายหนุ่มตัวสูงกว่า ยุนโฮก้าวขึ้นรถพร้อมกับอุ้มจุนซูอย่างง่ายดาย เจ้าตัวยิ้มปกติ ก้าวข้ามไปข้างหลังสุดของรถตู้แล้ววางอีกฝ่ายลงบนเบาะข้างๆ
           “วันนี้ฉันนั่งตรงนี้ก็แล้วกัน” ว่าจบหมียุนก็ทิ้งตัวโตๆโครมจนเบาะเอนไปข้างหลัง
           “อ้าว แล้วยูชอนล่ะ?”
           “มันหนีมานั่งเบียดชางมินนี่ สมซะโดนแย่งเบาะข้างหน้าต่าง” แจจุงเฉลยพลางชี้คนหน้าเหวอ
           “ไหงงั้นล่ะฮยอง?? ที่ผมน้า---” และแล้วก็ถูกหักอกตามคาดเมื่อคนแย่งส่ายหน้าปิดหูไม่รับรู้ “ชิ งั้นแย่งที่ชางมินก็ได้~”
            น้องเล็กแต่ตัวไม่เล็กของวงมองหน้าด้วยสายตาดุเดือด แม้จะทำไปงั้นเพราะรู้ดีว่าคนตรงหน้าก็หัวรั้นน้อยซะที่ไหน
           “ฮยองเลี้ยงข้าวผมด้วย” ชางมินชิงยื่นข้อเสนอก่อน ซึ่งอีกฝ่ายบ่นอุบ แต่ก็ยอมทำข้อตกลงแต่โดยดี
           “แผนสูงจริงเลยว่ะ ชางมินเอ้ย….”
           “ไม่ใช่แค่ชางมินหรอกที่แผนสูงน่ะ ยุนโฮ~อา อย่าไปลวนลามจุนซูน้อยของฉันนะเว้ย” แจจุงร้องแซวชัดถ้อยชัดคำแม้จะอยู่เบาะหน้าๆ
           “ลวนลามอะไรของนายน่ะ แจ” คู่สนทนาก็รับมุข ถลันเข้าไปกอดคนข้างๆเต็มรัก
           “อิยะ ฮ้าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!ประสาทเสียกันรึไงฮยองเนี่ย!!!”
            เซียร้องขำพลางถีบอีกฝ่ายออกด้วยท่าทีทุลักทุเล ทว่าไม่ทันจัดการด้วยตัวเอง ยุนโฮกลับเป็นฝ่ายดีดตัวออก พลางเอามือจับเอวจับไหล่จุนซู
            “ฉันก็ว่าตั้งกะตอนอุ้มแล้ว จุนซูนายผอมลงปะเนี่ย??” ยุนโฮถามพลางกวาดสายตาสำรวจด้วยสีหน้าจริงจัง
            “Hey~Hey~!” 
            มิคกี้รีบยื่นมือมาตีผัวะ จนมือหมีหลุดจากไหล่โลมา มองค้อนๆทีเล่นทีจริง
            “อย่ามาแตะอั๋งจุนซูนะเฮีย แผนสูงจริงๆเลย”แล้วหันไปว่าอีกฝ่ายกำลังนั่งเอ๋อ “นายก็เหมือนกัน หมู่นี้ปล่อยตัวจริงเลย จุนซู”
            “ว้าฮ้าฮ้าฮ้า!ถ้ายุนโฮแตะอั๋ง แล้วนายล่ะยูชอน!อุ้มพาดบ่าเลยนะพาดบ่า!”
            คนสวยได้ทีแทงข้างหลังจน กุ๊กไก่ของวงไปไม่ถูกถอยตัวกลับมานั่งงอนตรงเบาะตามระเบียบ จนชางมินน้องรักต้องลูบหัวปลอบพลางยื่นของกินให้ ระหว่างที่คนเอ๋อเมื่อครู่ได้สติแล้วกำลังปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเต็มลิมิต
            “อิย้าฮ้าฮ้าฮ้าฮ้าฮ้า!!พวกนายหลงฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ ว้า~!!!” จุนซูหัวร่ออย่างถูกใจ จนชางมินต้องหยิบกระจกแจจุงมาส่องหน้าให้เป็นการสะกัดดาวรุ่ง
             “ฮยอง ถ้าไม่เคยส่องกระจกก็ดูซะให้พอ แล้วลองพูดใหม่”
             “โอ้ว ฉันเห็นคนเพอร์เฟ็ค! คิม จุนซู ไฟท์ติ้ง!!”
             แม้น้องเล็กจะเหลือร้ายแต่ก็ไม่อาจสะดุ้งความหลงตัวเองอีกฝ่ายได้แม้แต่นิด เสียงหัวเราะจากสมาชิกรอบวงที่เดิมก็ดังอยู่แล้วพอได้ยินคำตอบอันกล้าหาญของคาริสม่าแมนเข้า ก็มีอันระเบิดกระเพาะด้วยเสียงหัวเราะทุกคนไป
             ตลอดการเดินทางแม้จะยาวไกลและแสนเหนื่อยล้า ก็ยังเต็มไปด้วยเสียงเฮฮาแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ
             เป็นวงทงบังชินกิที่จริงจังและจริงใจให้กันเสมอไม่ว่าจะเป็นบนเวทีหรือชีวิตประจำวัน

 

 

            .........

           ท่ามกลางค่ำคืนนั้น บนถนนเส้นยาวสุดลูกหูลูกตายังไม่เห็นแม้แต่ปลายทาง แสงไฟสีส้มบนทางด่วนวูบไหว ผ่านหน้าต่างรถเป็นจังหวะ สมาชิกวงด้านหลังผ้าม่าน ทุกคนหลับสนิทไปหมดแล้ว
           ทว่ามีสายตาคู่หนึ่งหลุบลงพร้อมเรือนหน้าก้มต่ำ พลางใช้ฝ่ามือนั้นลูบหัวร่างที่ผลอยหลับหล่นมาซบตักอย่างเอ็นดู ทั้งรอยยิ้มและสายตามันมากเกินกว่าจะเป็นแค่สมาชิกวง เพื่อน หรือฮยอง
           ไม่รู้ว่าเพราะทำไมเหมือนกัน มันสับสนเกินกว่าจะจับความรู้สึกถูก พลางนึกถึงวันที่ได้เจอกันครั้งแรก
            …อย่าเศร้าเลยนะ
            เวลาที่อยู่กับฉันก็ยิ้มแล้วกัน
            ไม่อยากให้นายนั่งหน้าบูดหน้าเศร้าเลย
            ถ้าเกิดนายไม่มีใครขึ้นมา ก็ให้นึกไว้ว่าจะมีฉัน
            เพราะฉันอยากเห็นนายยิ้ม…
            เพราะฉันชอบรอยยิ้มของนาย..
            เพราะรอยยิ้มของนายสวยกว่าใคร...
            ..น่านะ  ยิ้มสิ
            ..คนสำคัญของฉัน….

 

           รูปถ่ายใบหนึ่งปลิวหล่นจากกระเป๋าข้างๆกายร่างสูง
           ชายหนุ่มห้าคนกอดคอกันกลม มีลายมือเขียนชื่อขยุกขยิกไปเรียงคน
           ……ชางมิน จุนซู แจจุง ยุนโฮ ยูชอน……


 TBC

+--+-+-+-++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++-

ตัดจบได้ถ่อยมาก ทิ้งระเบิดให้คนอ่าน ฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า!!!!

สารภาพว่ายังจิ้นไม่สุด ใครเป็นพระเอกยังไม่รู้ หนูตัดใจเลือกไม่ได้ ว้าฮ้าฮ้าฮ้า!!

/meหัวเราะจิตๆ

ถ้ายังเลือกไม่ได้เอาAll Su แม่งเลย ง่ายดี เย้....OTL

ตอนต่อจะทำตอนว่างๆเก็บแต้มไปทีละนิดจนเสร็จนะคับ งานชุมเป็นปลาเลยช่วงนี้ ฟิคเอามาลงได้เพราะแต่งสะสมไว้ตั้งกะปิดเทอม ว้าฮ้าฮ้า

ใครใคร่อ่านจนจบก็ขอบพระคุณเป็นล้นพ้นครับกระผม ฮา ฮาฮา

PS.หายสาปสูยอีกรอบ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มาต่ออีกนะค่ะชอบน้องเซียอ่ะน่ารักจัง

#1 By (202.91.19.206) on 2008-06-30 23:14