Valentine's Day [fic.......]

posted on 15 Feb 2008 23:50 by kaos  in Fictions

เข้ามาปัดกวาดหยักไหย่ ชุ้บๆๆๆๆ

บรรดาสิงสาราสัตว์มาจะทำรังหมดแล้ว 5555+

วาเลนไทน์........แล้วทำไม.....

โสดเว่ย..........ไม่เสียตังค์  (ปลอบใจ)

นอตติงแฮปเพ่น.............

ไม่มีอารมณ์ไปอมฮษร์ทบีต มีโปรเจค อมหัวอยู่อีกสอง 

แต่เพิ่งเคลียร์ไปได้3 เลยมานั่งซุ่มแต่งฟิค

เดี๋ยวจะหาว่าทิ้งฟิคหนีไปเลี้ยงลูก 55555+ (ทิ้งไม่ได้ภารกิจหย่ายหลวงงง.....)

ฟิคที่เอามาลงนี่ไม่ใช่TiHหรือDie นะ

อันนี้แต่งต่างหากสำหรับวาเลนไทน์

สำหรับใครที่ไม่รู้จัก อ่า..วาย ...พี่น้อง....ยาโอยย...เสะ..เคะ ก็สั่งปิดได้เลยนะครับ

เดี๋ยวจะกลืนน้ำลายไม่ลง

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-------------------------------------------------------+++++

*Fic:+: That's miracle

[For Valentine's Version ]

Paring:+: EdAl

Rate:+:...............;p

Warning:+: Yaoi!(?)

 

 

Valentine's Day


That’s  miracle

 

 


        ท่ามกลางเสียงหายใจรวยริน อาการร้อนผ่าวตรงหน้าผากยิ่งดูแย่ลงเมื่อรอบๆมีแต่ไอร้อนและอากาศอบอ้าว ไม่สมควรเป็นคืนในฤดูหนาวแม้แต่นิด  เสียงวิ้งอื้ออึงในหูราวมีคนหลายร้อยคนเหยียบย่ำซ้ำไปมาวุ่นวายไปหมด  มันชัดเจนขึ้นทีละน้อยจนแทบไม่รับรู้สิ่งใดได้อีก
        ที่นี่มีเขาตัวคนเดียว  ..ไม่มีใครมาคอยสนใจ หรือดูแล….
        เขาต้องช่วยเหลือตัวเองให้ได้….
        มือหนาพยายามจะยันตัวลุกขึ้นแต่ก็พ่ายแพ้แก้ไข้ที่ขึ้นสูงง่ายๆ  ร่างสูงนอนมือก่ายหน้าผากครู่หนึ่งก่อนจะใช้มือเดิมเอื้อมหยิบแก้วน้ำหัวเตียง
        เพล้ง!
        นั่นคือสิ่งที่ตามมาพร้อมด้วยสัมผัสเปียกไปทั่วกับความเย็นทิ่มแทงผิวหนัง ตามมาติดๆกัน

        อา….น่ารำคาญจริง

        มันน่ารำคาญไปหมด ทั้งสายฝนข้างนอกและความอ่อนแอนี่…..มันบังคับให้เขาได้แต่นอนหมดสภาพอยู่บนเตียง

        นัยน์ตาสีเหลืองอ่อนราวฟอสซิลในห้องเก่าแก่ เหลือบมองไปยังกองเอกสารหนาชั้น  ความหนาและยุ่งยากในการจัดการของมันยิ่งทำให้ปวดหนึบที่หัวเหมือนโดนมือใครบีบ  ความไม่สบอารมณ์ยิ่งเพิ่มขึ้นสูงเมื่อหยาดฝนยังเทจั้กๆไม่หยุดหย่อน  ดูราวว่าฟ้าเบื้องบนปล่อยให้มันตกลงมาอย่างเอาเป็นเอาตาย
        เสียงคำรามแปลบปลาบแทงเข้ามาในหูจนนอนไม่ได้ รำคาญ…..หงุดหงิดจนอยากจะชัทดาวน์โลกทิ้งโลกสีหม่นมีแต่ไอสงครามอันน่ารังเกียจ……
        เดินไปที่ไหนก็เหมือนจะได้กลิ่นสาปสางของคาวเลือด…
        ความคิดเลวร้ายของผู้คนเพียงสบตาก็แทบจะรู้ไปถึงก้นบึ้ง  ราวกับว่ามันฟุ้งกระจายเป็นควันสีดำไปทั่วเมือง เหม็นหืนจนแทบกลืนน้ำลายไม่ลง
        ชายหนุ่มพยายามพลิกตัวหนีหน้าต่าง ซึ่งแต่งแต้มไปด้วยเฉดสีอึมครึมอย่างเกินจะเชื่อว่าเป็นฤดูเหมันต์
        ฝนบ้าอะไร….ตกหน้าหนาว….
        เขาคิดอย่างข้องใจ  ตอนนี้ใจมันอยากจะพาลไปซะทุกอย่าง…
        กระทั่งคู่รักมากมายข้างนอก ที่ไม่ย่อท้อออกมาพบกันแม้จะโดนหยาดฝนเม็ดโตกระหน่ำรุนแรง บรรยากาศของความรัก..น่ารำคาญ เสียงซ่าๆข้างนอกนั่นก็น่ารำคาญ…..
        เขารวบรวมแรงลุกขึ้นมาพิงหน้าต่างจนได้  มองลงไปตรงกั้นสาดร้านดอกไม้ตรงกันข้ามก็เห็นคนสองคนวิ่งมาหลบ แม้อยู่ในสภาพเปียกปอนย่ำแย่แต่ทั้งคู่กลับมีแต่รอยยิ้มชื่นบาน….ทั้งที่น่ารำคาญ…แต่ก็อดที่จะมองด้วยสายตาร้อนพิลึกไม่ได้
        อุณหภูมิในดวงตามันสูงขึ้นทุกที จนเขาเริ่มคิดว่ามันไม่ใช่จากพิษไข้…
        “ฮ่า ฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่า ๆ…”
        เสียงหัวเราะแทรกตัวท่ามกลางความเงียบ  ก่อนจะมีเสียงทิ้งตัวโครมตามมา

         ..น่าสมเพช……………….

        ทำไมนะ..ภาพภายนอกพร่าเลือนมากเท่าไหร่ เขากลับยิ่งเห็นภาพคนข้างในชัดมากเท่านั้น….

        “มันไม่จำเป็นเลย..นะ……ว่าจะต้องเป็นวาเลนไทน์หรือเทศกาลอะไร….” เขาเอ่ยพึมพำราวบ่นให้ความเงียบฟัง “ฉันไม่เคยสนใจเลยว่าวันที่เราอยู่ด้วยกันเป็นวันอะไร….”

        “เพราะแค่มีนายอยู่ข้างๆ….ฉันก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว”

        “ทุกวันที่ได้อยู่กับนาย….คือปาฏิหาริย์…”

         เทียบกับโชคชะตา….บัดซบที่เล่นตลกกับชีวิตของเรา……

        มือหนากุมขมับ คลึงหนังตาไปมา ความรู้สึกอุ่นร้อนค่อยๆไล่จากหางตาไปยังแก้ม เสียงซ่าๆยังคงสร้างความหงุดหงิดให้ เพราะยิ่งพยายามคิดถึงใบหน้านั้นเท่าไหร่ มันก็ยิ่งพร่าลงตามเสียงที่ดังขึ้น
        กี่วันไม่รู้ที่เขาเฝ้าเพียรหาทางกลับไป….
        นับวันมันยิ่งเหมือนฝนพวกนี้….
        ที่ตกให้ตายเท่าไหร่……………….
        ก็ไหลลงท่อน้ำทิ้ง…………………….

        “อัล…” เสียงทุ้มเรียกซ้ำๆท่ามกลางก้อนสะอึกอื้นในลำคอ  เพียงแค่คิดว่าจะไม่ได้เห็นร่างนั้นอีก เขาก็แทบอยากตาย..กลายเป็นฝนไหลลงคูน้ำ จมไปกับของเน่าเสีย
        “ฉันรักนาย……รักนายนะอัล…..”

          พี่….

          ฮะ……….

          ชายหนุ่มเปิดตาโพลงทันทีทันใด พยายามที่จะยันกายขึ้นเพื่อหันไปมองหา แต่เรี่ยวแรงยังทรยศเขาด้วยสภาพไม่พร้อมอยู่ ร่างสูงรู้สึกเจ็บใจที่แม้แต่จะค้นหาต้นตอภาพหลอนก็ทำไม่ได้

          พี่……

          เอ็ดเวิร์ดสะดุ้งเฮือก มันใกล้เข้ามาทุกทีและยิ่งชัดเจนขึ้นช้าๆ แต่เขาไม่อยู่ในสภาพที่จะทำอะไรได้เลย…

         “พี่ฮะ….”

         “อัล….”

          เหมือนช่วงเวลาถูกหยุดลงชั่วขณะ เสียงฝนซ่าๆน่ารำคาญนั่นหายไปจากหัวของเขา แต่กลับรู้สึกอึดอัดราวตัวเองจมอยู่ก้นทะเลกำลังแหวกว่ายหาทางหายใจสุดชีวิต  สายตาทำได้เพียงทอดมองใบหน้าใสๆข้างกายไม่กระพริบ
         “อ..อะไรเล่า…ทำหน้าเหมือนสำลักน้ำอยู่นั่นแหล่ะ..” ร่างนั้นว่าพลางเบี่ยงหน้าหนีด้วยท่าทีเขินอาย “ย…หยุดมองผมด้วยสายตาแบบนั้นได้หรือยัง?”
          ฝันไปหรือปล่าว…..หว่า?……
          เขาชักเริ่มกังวลที่สมองเขาลงแดงถึงขั้นเสกภาพหลอนสมจริงขนาดนี้มาได้….สมควรพาตัวเองไปเข้าโรงพยาบาลได้แล้ว..
         “อา…..หรือว่าใกล้ตายแล้วนะเรา…” เอ็ดว่าพลางก่ายหน้าผาก
          แต่ไม่ทันปิดตาสนิทดีก็รู้สึกถึงความเจ็บแปล๊บแทรกตัวเข้ามาตรงแขน  พอเปิดตามองก็พบว่าภาพหลอนยังไม่หายไปไหน แถมจะสมจริงกว่าเดิมด้วยสีหน้าบึ้งตึงพร้อมมือที่ยังยกค้าง
         “บ้า!!อย่าพูดเรื่องเป็นตายพล่อยๆสิ!!”
          เขาได้ยินเสียงหวานๆตวาดใส่ก็พอจะได้สติ………..ว่ามันจะสมจริงไปแล้ว….
          ชายหนุ่มทำท่าจะลุกขึ้น คนข้างกายก็รีบเข้ามาพยุงทั้งที่คงสีหน้าดุรั้น  กลิ่นหอมอ่อนๆจากลำคอขาวโชยมาแตะจมูก  จนในที่สุดมือหนาก็ทานทนความอยากไม่ไหว  เขาคว้ามือร่างเล็กแล้วดึงรั้งเข้ามากอด  รู้ดีว่าฉวยโอกาสเอาด้านๆแม้จะเป็นแค่ภาพหลอนก็ตาม
           “พ…พี่…”
          เรือนหน้าขาวใสส่งเสียงแผ่ว และจมหายไปกับความเงียบเมื่อร่างสูงเพิ่มแรงกอดมากขึ้น
          เนื้อตัวนุ่มนิ่มโชยกลิ่นหวานทำเอาแทบเป็นบ้า….
          เส้นผมสีน้ำผึ้งสลวยกับดวงตาที่สีเดียวกัน………….
          อัลในความทรงจำเขา..แจ่มชัดถึงเพียงนี้?
          “บ..บ้าน่ะ!ปล่อยผมซะทีสิฮะ…..” ฝ่ามือเล็กๆพยายามทุบตี แต่ก็ชะงักไปราวนึกขึ้นได้ว่าคนตรงหน้ามีไข้สูง
          “ขอพี่..กอดนายหน่อยเถอะ….”
          อัลที่กำลังจะท้วงถึงกับเงียบไป
          “จะเป็นแค่ภาพหลอน ความฝันหรืออะไรก็ได้…….”

          “ให้ฉัน…….ได้สัมผัสนาย…อีกนิดนะอัล…”

          เอ็ดเวิร์ดเชยคางใบหน้าเล็กขึ้นแล้วประทับจูบอย่างดูดดื่ม  เขาโหยหามากเหลือเกินจนลืมคำนึงถึงพิษไข้ แต่ราวอีกฝ่ายก็ไม่ได้สนใจกลับจูบตอบสนอง  ริมฝีปากสัมผัสกันครั้งแล้วครั้งเล่า เรียวลิ้นเกี่ยวรัดพันไปมาไม่รู้จบ น้ำในปากเหมือนจะระเหยไปหมดเพราะไอร้อน
           “ฮ…….แฮ่…ก…..อ…..อืม…”
          เสียงครางอึงในลำคอขาวดังเร้าขึ้นช้าๆ  มือเรียวบางค่อยๆยกโอบรอบคอเขาไว้และยังโอบไว้อย่างนั้น
          จนกระทั่งเมื่อเสียงฝนกลายเป็นเสียงที่เบาลง….
          เสียงอื่นดังขึ้นเรื่อยๆ…………
          แล้วสุดท้าย…..


          ทุกอย่างก็เงียบลง………..


           ……………………


           ………….


           ……


           …


           ..


        มือขาวเนียนเกลี่ยเส้นผมที่ปรกเรือนหน้าคมคายอย่างเบามือ  ร่างบอบบางนั้นค่อยๆโน้มลงแตะริมฝีปากกับหน้าผากอีกฝ่ายแผ่วเบา
        “อื..…..อ…” คนตัวสูงเครือเสียงต่ำในลำคอ สีหน้าดูดีขึ้นจากที่เห็นครั้งแรก
        อัลวาดยิ้มบางก่อนจะลุกไปหน้ากระจกแล้วกระชับเสื้อผ้าให้เข้าที่
        เรือนผมยาวกระเซิงเล็กน้อยไม่ได้ทำให้ดูแย่ แต่มันกลับพันกันนิดๆปรกหน้าหน่อยอย่างมีเสน่ห์ จนหากว่าถ้าคนสนิทมาเห็นเข้าก็คงรู้ได้ไม่ยากว่าหายไปทำอะไรมา
        มือบางพยายามดึงปกเสื้อปิดรอยคิสมาร์กตรงลำคอ แต่สุดท้ายก็ต้องทิ้งหายใจเฮือก เพราะมันมากและชัดเกินกว่าจะปิดหมด
        “..ว่าแต่…เรามาทำอะไรกันแน่นะ..” เสียงหวานพึมพำ
         เขาเพียงแต่จะทดลองแยกวิญญาณมาในร่างปกติ เหมือนที่ทำกับหุ่นเกราะ  ซึ่งมันได้ผล….เพียงแต่ไม่คิดว่าจะหลุดมาที่นี่…แล้วมันเป็นที่ไหนเขาก็ไม่รู้
         รู้เพียงแต่ เขาหาพี่ชายพบแล้ว…..
         นัยน์ตาสีน้ำผึ้งหวานมองร่างที่หลับอยู่ด้วยสายตารักใคร่
         “รอผมอีกนิดนะฮะ….ผมจะหาทาง…หาพี่ให้เจออีกครั้ง…”
         เรือนร่างเพรียวบางในชุดสีดำต่างหน้า เดินมาที่โต๊ะแล้วหยิบของบางอย่างออกจากเสื้อ  เด็กหนุ่มขมวดคิ้วไปนิดเพราะรูปร่างบิดเบี้ยวจากการถูกทับ แต่เมื่อคิดว่าแก้ไขอะไรไม่ได้ก็วางลงอย่างเบามือ
         อัลฟอนส์เซ่ ก้าวทีละนิดเข้าไปนั่งข้างกายคนบนเตียง เอามืออังสัมผัสแก้มแล้วก้มลงประทับจูบครั้งสุดท้าย
         แล้วร่างกายก็ค่อยโปร่งแสงจนหายไป…
         เหลือไว้แต่ความอุ่นบนผืนผ้าที่นั่ง…..


         …เมื่อชายหนุ่มฟื้นขึ้นมา…ก็สายไป….

         เขาขยี้หัวอย่างมึนงงและพยายามลำดับภาพในหัวถึงเรื่องก่อนหน้านี้  สัมผัสจากฝ่ามือยังชัดเจนและสมจริงเกินกว่าจะเป็นความฝัน….หรือว่าพิษไข้จะเล่นตลกกับเขาอีก

         เอ็ดเดินเกาหัวแกร่กๆพลางขยับหมุนไหล่อย่างเมื่อยๆราวกับออกแรงอะไรมาซักอย่าง ร่างสูงลุกขึ้นจับกางเกงให้เข้าที่ก่อนจะเริ่มเดินหาอะไรถมกระเพาะว่างเปล่า  ก็เดินมาหยุดตรงโต๊ะเพราะของบางอย่างไม่คุ้นตา
         กระดาษสีสวยนวลตาบุบบี้เล็กน้อยแต่ก็ดูออกว่าห่อไว้อย่างดี
         เขาหยิบขึ้นมาเขย่าๆพร้อมกับทบทวนความจำอีกครั้ง ว่ามันมาตอนไหน?   แต่จากกลิ่นที่โชยออกมาก็พอเดาได้ว่าเป็นของหวาน
         ใครให้มา…?ได้มาตอนไหน?…….คำถามเหล่านี้เริ่มตกลงในใจไปทุกที เมื่อเสียงกระเพาะร้องประท้วงสนั่น
         เขาเอื้อมหยิบเข้าปากอย่างไม่ใส่ใจ  ยังไงมันก็ไม่ได้ตกพื้นใครให้ค่อยว่ากันทีหลังเถอะ…
         แต่ทันทีที่รสสัมผัสแตะลิ้น ถุงกระดาษในมือก็ร่วงลงโต๊ะอย่างไร้แรงขัดขืน
         ตุบ….
         มันหล่นลงพร้อมกับใจที่หายวูบ….
         รสมือคุ้นปากกระตุ้นความทรงจำให้แจ่มชัด
         จนแน่ใจ………………………
         ไม่ใช่ภาพหลอน……………………………………..

          ช็อคโกแลตทำมือแบบนี้จะมีใครได้…..

          ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน แต่เมื่อคืนนี้นายมาอยู่กับฉันแล้วใช่ไหม?…

          …สายตาคมคายประกายหวั่นไหว ก่อนจะพรายยิ้มสุดหัวใจ…….

          ขอบคุณ…..

           อัล…..

           ฉันจะพยายาม…….เพื่อที่เราจะได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง

           ..เพื่อที่ทุกวัน….จะได้มีนาย……..

           ..เหมือนปาฏิหาริย์…..

 

           That’s  miracle

            The end…

+-+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++-+-+-+

เอ้าครับ เรียงแถวตอนมาอ้วกทางนี้ กรุณาอย่าไปอ้วกที่อื่น กรุณาอ้วกในพื้นที่ที่เราจัดไว้ให้ด้วย....

เสี่ยวได้อีก.......เลี่ยนไปนิดขออภัย

อยู่ในช่วงติดหนังเกาหลี เกาเหลา เกาพุง OTL..........

ส่วนถามว่าฉากเรทหายไปไหน  ขออนุญาติตัดออก

เพื่อให้เข้ากับเทศกาลความรักไม่ใช่ความหื่นส์ (แต่ร้อยละ80เข้ามาเพราะอย่างหลัง 555555+)

ใครอยากอ่าน รออ่านรอยอัลนู่น รับรองตายหลายศพ(คนแต่งเก็บกด 5555+)

เออ ฟิคอันนี้ปั่นประมาณ 3:59:27 ชม.ถ้วน...................ฮี่ๆฮู่ๆโฮ่ๆ

edit @ 17 Feb 2008 22:23:45 by KAOS! IM'POSSIBLE

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

แสดดดดดดดดดพรุ่งนี้สอบ มาจองที่นั่งก่อนเดี๋ยวกลับมาอ่าน
อ่านแล้ว....
โอ....เกาหลีจริงๆด้วยกลิ้งเอ้ย (ฮา)
ปล. รอยอัลเรอะ อย่าบอกนะว่าเพราะตู ???? เอิ๊ก

#2 By ~๐★ Luvless ★๐~ on 2008-02-16 03:12

กร๊ากกกก ฉันคือ1ใน80%นั้น
แต่ไม่เป็นไร โฮกเสี่ยวได้อีกค่ะพี่กลิ้งงง

#3 By SEKI★22 on 2008-02-16 12:48

โฮกกกก ซึ้ง หวานนนน T//[]//T!!!อร๊ากกก ไม่ได้อ่านฟิกพี่นองมานานขนาดไหนแล้วเนี่ย
ชอบฮร้า
/สครีม~~ม
คิดถึงฟิคพี่มากๆ อัพแล้วๆๆ~5 (<<เป็นบ้าไปเลย? =w=")
อ่านแล้วอัลแอบเสะไงบอกไม่ถูกแฮะ(?)

ไงก็ happy valentine day (แบบเลทๆ)นะฮะ~

#5 By -+[@~AMECOCO~@]+- on 2008-02-16 22:03

โอ๊ทส์ ศิษย์พี่ใหญ่
ไม่ได้มาเยี่ยมซะนานเลย

ฟิคนี้มัน เอิ่ม.... หวานปนขมดีแฮะ หึหึ
จะรอตายหน้าคอมนะขอรับท่าน...
เฮ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~!!!!!!!!! ,,,,,,,,>[ ]<,,,,,,,
ได้อ่านฟิคพี่น้องแล้วเจ้าค่า~~~~!!!!!!!!!!!!!
ฮริ้วววววววววววววววววววววววววว~~~~~~~~~
/ดีใจกระโดดรอบบ้าน
น่ารักมากๆเล้ยยย~~ หวานสุดๆเลยงิ้ววว~~~~
ชอบจังงง~~~~~>w<
Happy valentine นะเจ้าคะ~~~~^ W ^

#7 By [Kazuna & Miwa] on 2008-02-16 22:22