[APH] once upon...this time

posted on 15 Nov 2009 22:48 by kaos  in APH, Fictions



'อาญี่ปุ่น...ลื้อไม่เคยเรียกอั๊วะว่าพี่ชายเลยนะ'


'อั๊วะหวังว่าลื้อ จะได้มีสิ่งมีความหมายกับตัวเองบ้าง'


ในฝัน....
คำของ'นีนี่'ที่พยายามพูดอย่างกระท่อนกระแท่น ถึงจะเพี้ยนน้อย
ลงแต่กลับฟังไม่เข้าใจเลยสักคำ
คนๆนั้น เก็บมา เลี้ยงดู อุ้มชู ราวกับน้องชาย ...ไม่สิ ยิ่งกว่าลูกเสียอีกละมั้ง

เขาเอามือเท้ายันร่าง ลุกขึ้นอย่างเงียบงัน ลมกลางคืนพัดมาประทะหน้าแผ่วๆพอให้สดชื่น
แต่ทว่าก็ไม่สามารถเรียกความรู้สึกดีๆมาเติมเต็มบนใบหน้าได้... ตรงกันข้ามกลับยิ่งรู้สึก
หงุดหงิด.....

'ทำไมล่ะ อาญี่ปุ่น...'

ผมก็แค่...กำเนิดมาช้ากว่า ใช่ว่าจะยอมรับ
ผมประกาศแต่แรกด้วยซ้ำ ว่าคือดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย จะมาทำเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของคุณ...

'อั๊วะรักลื้อมากนะ ลื้อมาเป็นน้องชายคนแรกของอั๊วะนะ'

ไม่ชอบ...
การถูกผูกมัด...

มาทำดีด้วยทำไม.......


ควันจากปล้องยาสูบลอยตัวสยายขึ้นไปในอากาศของท้องฟ้า ค่ำคืน เงียบงัน ถอนหายใจกรุ่นกลิ่นยาสูบอีกสองสามเฮือก
ก่อนจะเคาะทั้งหมดทิ้ง

ผมไม่ต้องการ ผูกพันกับใคร ...

จัดการสะบัดผ้าคลุมไหล่ทิ้งไว้ข้างๆฟูกนอน แล้วก้าวเดินลงจากเรือลำใหญ่ไปเรื่อยๆ ในป่าลึกเงียบเชียบ เขาคิด บางทีการตีตัวห่างจากจีนระยะนึงอาจจะทำให้อารมณ์ดีขึ้น


เพื่อที่จะไม่ต้องเจอซาลาเปาทุกเช้า ขนมทุกบ่าย


เพื่อที่จะไม่ต้องเจอเสียงว่าให้โอวาท สำเนียงแปร่งปร่า


เพื่อที่จะไม่ต้องบอกปฏิเสธกับหน้าเศร้าๆ.....


จึงเลือกหนีมาที่นี่ ท้องฟ้าใหม่ อากาศใหม่ ..แผ่นดินใหม่



"หืม?"

ทว่าระหว่างเดินย่ำ สติไม่อยู่กับตัว เขาต้องมายอมรับภายหลังอย่างลำบากใจ ว่ากำลังฟุ้งซ่านอย่างมากทีเดียว
เพราะเกือบเหยียบเงาอะไรซักอย่างในพุ่มไม้มืดๆ ค่อยย่อตัวลงเพ่งมองเชื่องช้า

..เด็ก?

มองรอบข้างสลับกันอย่างไม่พอใจ ตัวยังเล็กมานอนอะไรแถวนี้ ผมก้มลงสะกิดเพื่อจะถามไถ่
แต่ว่าร่างเล็กๆนั้นกลับครางอย่างง่วงซึม หลับต่อไม่ยอมตื่น ได้แต่ถอนใจ เกิดมีสัตว์ป่าผ่านมา สภาพคงไม่น่าดูนัก

..จนมาถึงทุกวันนี้ ย้อนถามตัวเองหรือใครอื่นถาม ก็ยังตอบเหมือนเดิม ว่าไม่รู้หรอก...
..ไม่รู้เลยว่า กำลังก้าวเจอจุดหักเหสำคัญ...

มันอาจเป็นแค่การละเมอของเด็ก เลยเห็นว่าน่ารักดี
มันอาจเป็นเพราะจังหวะที่อุ้มขึ้น แสงจันทร์มันสว่างมากไปหน่อย

..เลยเห็นแก้มใสๆ ยิ้มกว้างให้ ... อย่างถึงใจเหลือเกิน



ตื่นแล้วหรือ?

 

"นี่ นี่ จะพาฉันไปไหนรึจ้ะ" เสียงยังฟังดูง่วงงุน

เขามองเด็กในอ้อมแขน กำลังขยี้ตาพยายามเอาตากลมโตมองกลับ นั่นสิ อาจจะพาไปที่เรือ
ปล่อยให้นอนข้างนอก ..อันตราย ไม่ดี

"พี่ชายจะพาฉันไปที่ดีๆหรือ" เสียงนั้นถามอีก กังวาลคล้ายกระดิ่งเงิน

เขาใช้นัยน์ตาสีดำขลับมองคล้ายไม่พอใจ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงอารมณ์ไม่ดีตั้งแต่เมื่อครู่
เด็กอะไรช่างไม่ระแวดระวังตัวเลย ไม่สงสัย.. ออกจะมองโลกในแง่ดีเกินไปด้วยซ้ำ

จู่ๆมือเล็กคู่นั้นก็เลื่อนมาวางทาบบนแก้มเขาแผ่วเบา

"ฉันเรียกพี่ชายได้ไหมจ้ะ"

ผมสะดุ้งหลบสายตากลมโตคู่นั้น ไม่รู้ว่าเพราะอะไร กลับรู้สึกใบหน้าค่อยๆร้อนขึ้น

"อ๊ะ! พี่ชายเขินด้วยล่ะ"

เด็กอะไรช่างพูด..
กำลังจะดุด้วยสายตาลุแก่โทษ เจ้าตัวก็ชิงหลับไปอีกรอบเสียก่อน ฮืม ไม่ยอมหรอก
จะพาไปที่เรือ ไว้ตื่นเมื่อไหร่จะดุให้หลาบจำ เรื่องมารยาท การพูดจา...



.. จีนก็คงรู้สึกแบบนี้เหมือนกัน ใช่ไหม?



เหมือนแสงจันทร์ที่นี่ช่างสว่างเหลือเกิน สว่างจนเขาเห็นเงาดำในใจชัดเจน
ในเงาดำนั้น เขารู้แก่ใจมาตลอด ...ผลักไสไล่ส่ง ไม่ยอมให้มีใครสำคัญในใจ

เพราะหวั่นเกรง ...เวลาภายภาคหน้า หากทุกอย่างเปลี่ยนไปตามเวลา



..ยิ่งมีใครผูกพันกันมากเท่าไหร่ ..ยามจากคงยิ่งเจ็บ...



แต่...

"เวลาที่รู้ว่าตัวเองอยู่คนเดียว...ก็เหงามากเหมือนกัน"

ลูบหัวเล็กๆบนไหล่พลางทอดถอนลมหายใจ ขยับองศาแขนเพื่อให้ร่างตัวน้อยสบายขึ้น
เขาก้มมองเรือนหน้าอ่อนวัยซุกหลับข้างอก

ช่างมันเถอะนะ...



อนาคตจะดำเนินไปอย่างไร ...



จะมีใครมาก จะมีใครน้อย ...



จะเจ็บ สักเพียงไร ...



ก็ดีกว่า ชีวิตว่างเปล่า ...เดียวดาย ....


สายลมชักอุ่นขึ้น นึกถึงควันฉุยของก้อนซาลาเปาขาว ของทุกเช้า
กลับไปคราวนี้ จะพยายามนึกคำขอโทษที่ไม่เย็นชาเกินไป แล้วก็ทำตัวดีๆบ้าง
... 'พี่จีน' จะได้บ่นน้อยลง ...

.....คิดอีกที พี่จีนคงดีใจที่ได้น้องเพิ่ม ไม่สนใจมาบ่นหรอก......



 

 

 

 

................

 

 

อา หนีเสียงหัวเราะไม่พ้นจริงๆด้วย แม้ผมจะไม่แปลกใจนักก็ตาม ลองได้เห็นผมหนีบเด็กกลับมา
แถมพอตื่นก็จะเรียกพี่ชาย พี่ชายเจื้อยแจ้ว

"ลื้อนี่ทำเด็กเก่งเนาะ"

"หาครับ ไม่ใช่ทำ" ผมรีบแก้อย่างเอือมระอา

ทว่า อาเหยากลับหัวเราะเสียงดัง ไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย อุ้มขึ้นลงแล้วขยี้หัวอย่างหมั่นเขี้ยว

"ดีๆ เด็กแข็งแรง เป็นมงคล! อั๊วะนี่โชคดีน้อ มีน้องหลายคน!!"

"ไม่ใช่ลูกมากยากจนหรือครับ"

"ใครว่า ครอบครัวยิ่งใหญ่ ความสุขก็ยิ่งใหญ่!!!"

ผมมองพี่จีนหัวเราะร่าเดินไปจนลับตา แกคงเข้าครัวสาละวนกับซาลาเปาที่แสนภูมิใจในรสชาติ
จะว่าไปเด็กที่ชื่อฮ่องกง ...คาโอรุ ก็ทำอาหารเก่งเหมือนกัน

"พี่ชาย พี่ชายขายาว"

ฮืม? ผมก้มลงมองก็เจอกับตาคู่ใสนั่น มือเล็กกำลังดึงจนชายกิโมโนไม่เป็นทรง

"เรามีชื่อ บอกไปกี่ทีแล้ว"

"ก็พี่ชายขายาวจำง่ายกว่า" ฉีกยิ้มเถียงเขากลับร่าเริง "แล้วขาก็ยาวด้วยนี่นา ฉันสูงไม่ถึงเอวเลย"

ผมไม่ทันพูดตอบ อาเหยาเดินถือซึ้งนึ่งซาลาเปาฉุยฉายเข้ามาแทรก พลางพูดแซวตามประสา

"เหอๆๆ อีกสักร้อยสองร้อยปี ลื้อก็สูงกว่าอาญี่ปุ่นแล้วม้าง ก็อีแกตัวเตี้..."

อ่ะแฮ่ม!

"เอ้อ จริงๆก็ไม่ได้สูงมาก"

"อาเหยาครับ!!"

"โอ้ย ลื้อนี่ดุคนแก่เก่งจริงน้อ อั๊วะหนีไปหาชินัตตี้ก็ล่าย"

พี่จีนรีบจ้ำหนีไปพร้อมซึ้งนึ่งว่างเปล่าพร้อมกับใบหน้าเริงร่า เพราะเจ้าตัวเล็กกินจนหมดอย่างรวดเร็ว
พอเห็นผมทำหน้าง้ำก็รีบเข้าไปเกาแกะออดอ้อน มือคู่เล็กชูขอให้อุ้ม ซึ่งก็อดตอบรับไม่ได้ จับมานั่งตักอย่างเคย

"นี่ นี่ ต่อไปฉันจะสูงกว่าพี่ชายจริงๆหรือ? ขาฉันจะยาวกว่าพี่ชายขายาวจริงๆหรือ?"

"ก็คงอย่างนั้น"

"แล้วตอนนั้น พี่จะยังเห็นว่าฉันน่ารักอยู่ไหม?"

ผมมองตาคนช่างถามอย่างสงสัย

"ก็พี่จีนบอกเด็กๆน่ารักถึงน่ากอด พอเป็นผู้ใหญ่ก็กอดไม่ลงแล้ว ขนลุก"

ผมอดกลอกตาไม่ได้ ถ้านิสัยช่างพูดมันรับช่วงกันได้เต็มตัวเมื่อไหร่ ถึงเวลาก็คงกอดไม่ลงของจริงแล้ว

"ฉันยังอยากนอนกอดพี่นี่นา" ร่างน้อยทำหน้ามุ่ย

"ไม่เรียกขายาวแล้วรึ"

"ไม่ ก็เดี๋ยวขาฉันก็ยาวกว่าแล้ว"

เขาดีดหน้าผากไปที

"จะไม่น่ารักเพราะพูดมากนี่ล่ะ" เอามือจับแก้มยุ้ยๆ พลางว่า "ถ้าเป็นเด็กดีว่าง่าย ถึงโตขึ้นก็น่ารักอยู่"

"จริงนะ"

"จริง"

"สัญญาก่อน"

"สัญญา"

"ไม่เชื่อ"

ผมชะงัก มองเด็กตัวน้อย อมลมจนแก้มป่อง เจ้าตัวพุ่งเข้ามากอดแน่น เอาหน้าซุกๆตรงอก งอดงอน

"ยังไงก็จะกอดล่ะ นอนกอดพี่คิคุอุ่นดี ถึงโตขึ้นไม่น่ารักแล้ว ก็ไม่ยอมหรอก"

"แล้วจะถามทำไม"

เด็กดื้อซุกหน้าไม่ยอมตอบ เขามองแล้วก็ต้องพ่นลมเหนื่อยใจ
ค่อยบรรจงช้อนตัวขึ้นให้เห็นระดับสายตา ก่อนจะแนบริมฝีปากกับหน้าผากใสแผ่วเบา

"แล้วถ้าอย่างนี้ล่ะ เชื่อรึยัง"

เจ้าของหน้าผากอ้ำอึ้งไม่ตอบ เห็นแค่หน้าค่อยๆแดงขึ้น

"เราไม่เคยผิดสัญญา"

"ถ้าไม่เชื่ออีก โตขึ้นเราจะเป็นฝ่ายนอนกอดเอง"

อีกฝ่ายพยักหน้ารัวเร็ว ก่อนจะดิ้นปัดลงพื้นแล้ววิ่งหนีหายไปเลย
ทิ้งให้เขางุนงงว่าจะเอายังไงกันแน่ ที่พูดไปเข้าใจหรือไม่ ทำไมจิตใจเด็กๆเข้าถึงยากอย่างนี้
หรือว่าสมัยก่อนเคยไปดื้อใส่พี่จีน เลยมีกรรมไล่หลังแบบนี้กันแน่

นั่งฟุ้งซ่านอยู่ไม่นาน อาเหยาก็เดินปึงปังมา

"อาญี่ปุ่น!"

"ครับ?"

"ลื้อแกล้งอะไรพรรค์นั้นกับน้อง!!"

..... "อาเหยาครับ"

"รับผิดชอบล่วย!!!!"

ผมปลงตกกับซาลาเปาถาดใหญ่ที่แกยื่นให้

"ช่วยฝึกพูด...ให้มัน เข้าใจใน'ทางที่ดี'กว่านี้หน่อยเถอะครับ"

"หมายความว่ายังไง อั๊วะให้ลื้อไปง้อน้องมันไม่ดีตรงไหน ใครสอนให้ลื้อไปแกล้งอย่างนั้น"

"ผมแกล้ง? ...เฮ้อ เด็กๆนี่เข้าใจยากนะครับ"

"ดีแล้วนี่... เผื่อว่าลื้อจะเข้าใจอะไร..มากขึ้น"

อาเหยาพูดทิ้งท้ายไว้กับผมอย่างสื่อความนัย วางถาดก้อนขาวๆแล้วจากไป


...ฮื้ม เข้าใจยากทั้งผู้ใหญ่และเด็กเลย


นึกขึ้นมาตอนเห็นเม้นท์ของลิน่าจัง .....อื่ม

......

เขยขากินเด็กนี่หว่า!!!!

อย่าเถียงนะเว้ยค่ะ หลักฐานอายุแน่นหนา เถียงไม่ด๊ายส์!

(โดนซาลาเปานีนี่ยัดท้องสิ้นชีพอย่างสงบ).....

อื่ม.... จากแทคน้องไทโยกับคณิณคงยืนชี้หน้า "พ่อต้อยแม" แน่ๆเลย! (หนีเขยอีกรอบ)

แต่งไปแต่งมาชักสนุก ชอบนีนี่แนวนี้จัง น่ารักดี(พูดผิดพูดถูก รอบหน้าเติมโรด้วยคงมันส์พิลึกล่ะ..)

ว่าจะลองคนอื่นๆด้วย หลังจากนีนี่

ส่วนตัวรู้สึกไม่คิดว่าแต่งฟิค เหมือนลอยละล่องเข้าไปมองเฮตาเลียแต่ละคนในความคิดมากกว่า

ว่าชีวิตแต่ละคนเป็นยังไง ก็เพลินดี สนุกด้วย

ไว้่รออารมณ์ออกก่อนจะเข้าไปสาระแนคนอื่นมั่ง (จิบ่งจิบิ โมจิไรงี้ น่ารักดี)

 

ก็โอเคครับ ขอบคุณที่เข้ามาดูความเพ้อ อิป้อมหมดสต็อคแล้วครับ เย้ววววส์

ขอหายหัวไปอีกสักพัก

ราตรีสวัสดิ์ครับ ตัวเอง


หะ อะไรนะ?

บอกว่าจะพาเขยมา นี่มันรีวิววันหวานยังหวานอยู่อย่ามาปาดส์?

โอเค จัดไป อย่าได้แคร์

.....

เบาๆนะ เดี๋ยวตื่น

...



"นึกยัีงไงถึงฝันเรื่องเก่าๆนะ.."

 

สะมี๊ พัน ระหยา นอนกอดกัน เรื่องปกติ!