[TF] UNREVEAL Bonus! II

posted on 15 Apr 2012 21:49 by kaos  in Fictions, TF  directory Fiction
Warning: X

Let's get clear before read (เพราะรักจึงบอกw):
ฟิคทรานส์นี่เนื้อหาจะอิงจากหนัง TF3 ล่าสุดเป็นหลัก และมีสอดแทรกเนื้อหาAUตามความเข้าใจ ที่ได้อ่านจาก Graphic Novels book ตามยถากรรมที่ได้อ่าน (เช่นภาคหนังเกือบทั้งหมด) โดยไม่มีความเกี่ยวข้องกับภาคG1 หรืออื่นๆแม้แต่น้อย (เขียนโยงหมดคนเขียนอาจสาหัสได้w)
ศัพท์แสงไม่ใช่ไทยล้วน มีการสอดแทรกตามอรรถรส และทับศัพท์เฉพาะเช่นชิ้นส่วนต่างๆของบอทส์ ออพติค=ดวงตา แอนเทน่า=หู ใครรับไ่ได้ปิดออกจากดาวไปนะจิ๊

 :: AU ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อเรื่องในGraphic Novels ที่อิงหนัง จับเอามาโยงเองตามความเข้าใจ

 ::MegOp
 
 ::RomanceDrama (ไม่แนะให้อ่านตอนลัลล้านะจิ๊)
 
 
 

 

     แผ่นผืนฟ้ากว้างไพศาล โล่งสะอาดปราศจากเมฆหมอกจนแทบมองเห็นหมู่ดาวมากมาย หากจักรวาลอนันต์กาลยังให้ความรู้สึกว่างเปล่า ค่ำคืนของไซเบอร์ทรอนอ้างว้างกว่าที่เคย และโดยไม่รู้สาเหตุ เพียงสายลมแผ่วพัดผ่าน โอไรอ้อนก็รู้สึกเหมือนร่างสามารถพังลงได้ทุกเมื่อ ราวกับตนถูกประกอบจนชิ้นส่วนเล็กๆไม่มั่นคง

     แค่เคาะสักทีก็ร่วงกรูไม่ต่างจากเม็ดทรายใต้เท้าเลย

     มือจับผนังเย็นเฉียบของผา ก้าวเหยียบบนแง่งหินข้างๆ เพื่อปีนป่ายสูงขึ้นไปบนยอดซากโบราณสถานร้าง บนผากว้างใกล้ๆกันนั้นเต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้นั้นไม่ถ้วน แท่นขุดเจาบริเวณค้นพบแต่ความว่างเปล่า ทีมของเขาจึงถอยกลับพร้อมกับความผิดหวังอีกครั้ง

     สถานที่บอบช้ำนี้จึงไม่เหลือใครอีก

     เหมือนกับเขา...

     บนยอดหอคอยเหล็กเย็นเยียบ บอทส์ร่างสูงโปร่งกว่าใครในทีม ค่อยๆค้อมตัวลงขดร่างนั่งจนเหลือเพียงก้อนเงาเล็กๆจากที่ไกลๆ ครุ่นคิดกับตนเองเพียงลำพังท่ามกลางวิวฟ้ากว้างสุดขอบไซเบอร์ทรอน

     โอไรอ้อนหวังให้ดาวดวงนี้สว่างขึ้นมาอีกนิด เพียงจะได้เห็นทิวทัศน์จากยอดหอคอยนี้ชัดๆ

     หวังให้ท้องฟ้าสว่างกว่านี้อีกหน่อย จะได้มองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน

     …และลบความพร่ามัวออกไปจากออพติค

     หยดน้ำเอเนอร์จอนหยดแล้วหยดเล่าเอ่อคลอ หากตัวตนของหัวหน้าทีมผู้เงียบขรึมก็ผลักดันมันทุกครั้งที่กระพริบออพติค ถึงแม้ตัวตนของโอไรอ้อนจริงๆจะอยากปล่อยโฮให้มันจบๆไปก็ตาม

     เขามองภาพรอบกายแล้วถามตนเองอีกครั้ง ว่ามีสิ่งสัมผัสจับต้องได้มากมาย ทำไมถึงยังรู้สึกราวอยู่กับความว่างเปล่าเช่นนี้?

     และคำตอบนั้นปรากฏเลือนลางอยู่ในสปาร์คตลอดเวลา 

     …เมกกะทรอน...

     ออพติคสีฟ้าหม่นหมองเพ่งมองเงามืดบนพื้น ขมวดคิ้วสะกัดกลั้นคลื่นอารมณ์เจ็บปวดมากมายเบื้องหลังออพติค  ถ้าเจ้าจะให้ข้ารับรู้ความหอมหวาน เพียงเพื่อจะทอดทิ้งข้าไว้ให้จมอยู่กับความขมขื่น

     จากทุกสิ่งเหล่านั้น

     ข้าเพียงหวัง …ให้เจ้าทิ้งข้าไว้เพียงลำพังตั้งแต่แรกเริ่ม

     ทำไมเจ้าถึงไม่ทิ้งข้าไว้เพียงลำพัง?

     ถ้าเพียงเจ้าจะทอดทิ้งข้าไป...     

     '----'

     เสียงคลื่นสัญญาณดังซ่าขาดหาย แผ่วปลายราวกับส่งมาจากที่แสนไกล โอไรอ้อนผงกหัวขึ้นเช็คระบบสื่อสาร คงเพราะชั้นบรรยากาศมีคลื่นแม่เหล็กรบกวนมากจึงได้ยินไม่ค่อยชักนัก และเดิมทีบอทส์หนุ่มก็ไม่ได้ตั้งค่าเปิดรับสัญญาณ เขามาที่นี่เพราะไม่อยากคุยกับใคร โอไรอ้อนยิ้มขม เขาทำอย่างกับสปาร์คลิ่งหนีออกจากฐานแน่ะ

     'โอ..---น….โอไร..อ..อ้อน'

     ฮืม? แรทเชท??

     หัวหน้าบอทส์วิทยาศาสตร์แอบแปลกใจ ครั้งที่เช็คล่าสุด บอทส์แพทย์ต้องย้ายไปลงประจำฐานใต้ดิน อีกสองสัปดาห์ถึงจะขึ้นมาไม่ใช่หรือ?

     "อืม มีเรื่องอะไรรายงานหรือ?" โอไรอ้อนตอบกลับไป

     'รายงานว่าหัวหน้าหายน่ะสิ! อยากให้เราส่งนายไปเฝ้าไพรมัสใช่ไหม!?' บอทส์แพทย์ขู่เสียงต่ำ ไปไหนไม่ยอมรายงาน พวกเราเกือบจะตั้งทีมออกตามหานายแล้วรู้ไหม! รีบไสหัวกลับฐานมาเดี๋ยวนี้เลย!!'

     ทั้งดาวดวงนี้ คงมีแต่แรทเชทที่ออกปากด่าหัวหน้าอย่างไม่ไว้หน้าอย่างนี้ โอไรอ้อนถอนหายใจพลางส่ายหน้า 

     "ยุบทีมค้นหาซะ แล้วให้ทุกตนแยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่เดิม"

     'โอไรอ...' 

     "นายก็ด้วย แรทเชท" เสียงทุ้มเอ่ยไร้อารมณ์ใด "กลับฐานใต้ดินซะ"

     ปลายสายเงียบไปครู่ ปกติแล้วโอไรอ้อนไม่เคยใช้น้ำเสียงออกแนวคำสั่งแบบนั้นกับเพื่อน นอกจากในเวลาปฏิบัติหน้าที่ หรือ รบจริงจัง

     ทว่าแรทเชทก็ยังคงเป็นแรทเชท ชะงักครู่เดียวก็ต่อปากต่อคำกลับมาทันที 

     'ทำไมเราจะต้องไป? ในเมื่อหัวหน้าอย่างนายยังอู้งานทิ้งเอกสารไปได้น่ะ ฮึ!?' เอ่ยสวนอย่างไม่ยอมแพ้ 'อีกอย่างฐานใต้ดิน มีอันตรายอย่างเดียวคือวีลแจ็คกับระเบิด และในฐานะคู่, ฉันจัดการเขาเองได้'

     ช่างเป็นความมั่นใจที่ชวนให้ทั้งขำและเหนื่อยหน่าย แรทเชทเอ่ยแกมขอร้องอย่างอ่อนใจอีกครั้ง

     'กลับมาเถอะน่า โอไรอ้อน มีอะไรก็มาคุยกันที่ฐานนี่...'

     "เราไม่อยากกลับ"

     โอไรอ้อนตอบตรงๆ ปลายเสียงแข็งกระด้าง และคู่สนทนาเงียบไปอีกครั้ง บอทส์หนุ่มยิ่งรู้สึกเหมือนสปาร์คลิ่งขึ้นทุกที ทว่าเขาก็ตอบไปตามสัตย์ เขาไม่พร้อมจะเจอใครทั้งสิ้น

     แรทเชทเอ่ยในที่สุด

     '…คุยกับเราไม่ได้หรือ?' และราวกับแฝงความน้อยใจมาตามเสียง โอไรอ้อนรีบตอบกลับทันที

     "คุยได้"

     'งั้นก็บอกเรามาว่านายมีปัญหาอะไร …และโอ ไพรมัส ได้โปรดอย่าโกหก ที่จริงเรารู้จนแทบไม่ต้องการคำตอบของนายด้วยซ้ำ' เสียงคุณหมอบ่นพึมพำ

     นั่นก็จริง ขนาดลูกทีมไม่ค่อยสนิทอย่างเพอร์เซ็ปเตอร์ยังมองออกว่าเขามีปัญหา ประสาอะไรกับแรทเชทที่เป็นเพื่อนสนิท 

     โอไรอ้อนเงียบอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงแปร่งปร่า

     "แรทเชท …การรักใคร... มันน่ากลัวขนาดนี้เชียวหรือ..."

     เป็นคำถามอย่างสัตย์จริง ซึ่งมีเพียงโอไรอ้อนเท่านั้นที่ถาม มีเพียงสปาร์คดวงนี้ที่รู้จักอารมณ์ซับซ้อนน้อยเหลือเกิน น้อยมากจนเพื่อนสนิทมีคู่ผูกพันธ์ไปแล้วอย่างแรทเชทอดอ่อนใจระคนสงสารไม่ได้

     'กลัวความผิดหวังหรือ?'

     "อืม"

     'กลัวที่จะรักเขาหรือเขาไม่รัก?'

     "ทั้งคู่"

     'มันยากที่จะตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง เพราะกลัวผิดพลาดใช่ไหม?'

     "มาก.."

     เสียงถอนใจดังแผ่วมาตามคลื่นสัญญาณอีกครั้ง

     'การเรียนรู้ที่จะเป็นฝ่ายเชื่อใจเขา แลกเปลี่ยนความรู้สึกกันและกัน มันไม่ใช่เรื่องง่าย โอไรอ้อน แต่เพราะอย่างนั้นมันถึงเรียกว่าความรัก ตราบใดที่นายยังกลัวอยู่อย่างนี้ นายก็จะก้าวไปข้างหน้าต่อไม่ได้สักที ไม่ทั้งสมหวังหรือหลุดพ้น'

     ทั้งคู่ต่างนิ่งเงียบไป ออพติคสีฟ้าของบอทส์ร่างสูงออนไลน์อย่างเชื่องช้า ราวกับค่อยๆซึมซับคำพูดแรทเชททีละคำ รอยยิ้มบางวาดขึ้นบนโครงหน้าอ่อนโยน ผสมทั้งความยินดีและเศร้าเข้าด้วยกัน 

     "นายช่วยชีวิตเราอีกแล้ว" 

     'นับไม่ถ้วนเถอะ!' บอทส์แพทย์ส่งเสียงฮึดฮัด แต่ก็ฟังดูผ่อนคลายมากขึ้น 'ถ้าสบายใจแล้วก็กลับมาซะนะ'

     "อืม …ขอเวลาเราอีกนิดนะ แรท"

     'เออ เรากับแจ๊สจะปัดกวาดฐานรอ' 

     โอไรอ้อนหัวเราะเสียงใสให้กับคำบ่นประชดบุ้ยใบ้จากคุณหมอ โอ เขาอยากเห็นเพื่อนทั้งคู่ปัดกวาดเหมือนกัน คงจะขบขันน่าดู 

     บอทส์หนุ่มรับคำก่อนจะปิดสัญญาณ มองทิวทัศน์ราวปรากฏภาพขึ้นในโปรเซสเซอร์รางๆ ทั้งที่เดิมทีทุกสิ่งก็อยู่ของมันอย่างนั้น แต่เขาเพิ่งรู้สึกถึงตัวตนของพวกมัน รู้สึกว่าในจักรวาลไม่ได้มีเพียงตนเดียวลำพัง

     น่าแปลกช่วงเวลาก่อนที่เซนตินอลจะช่วยเขาออกมา ความว่างเปล่าเป็นสิ่งที่เขาทนได้ เคยชินกับสีของห้องเหล็กขึ้นสนิม ต่อให้ผ่านมาเขาก็ไม่เคยสนว่าจะตายเมื่อไร และไม่สนว่าจะต้องมีชีวิตอยู่อย่างนั้นไปอีกนานเท่าใด

     ทว่าหลังจากได้เจอบอทส์สีเงินร่างใหญ่บนลานกว้างของซากปรักพัง 

     …ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปใช่ไหม? 

     บอทส์หนุ่มนึกย้อนภาพในระบบความทรงจำ ไซเบอร์ทรอนเนี่ยนดุร้ายอหังการ์ไม่ฟังคำใคร ยะโสโอหังเช่นเดียวกับทรนงองอาจ  และน่ากลัวจนแม้แต่การสบออพติคก็ยังเป็นเรื่องยาก

     แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังจดจำ ประทัปภาพอีกฝ่ายชัดเจนถึงเพียงนี้ไม่ใช่หรือ?

     "โง่จริงๆ..." 

     โอไรอ้อนแค่นยิ้ม เหมือนที่แรทเชทพูดไว้ไม่มีผิด เขามันโง่เสียจริง กว่าจะรู้กว่าจะเข้าใจก็ก้าวข้ามเส้น'มันสายไปแล้ว' มาเสียไกล ถ้าถอดยศหัวหน้าออกไป เขาก็แค่บอทส์เขลาตนหนึ่งที่ไม่เข้าใจอะไรเลย

     ไซเบอร์ทรอนมืดมิดอ้างว้างเช่นเคย

     ร่างกายเขายังคงประกอปด้วยเหล็กเย็นเยียบเหมือนเดิม 

     ทว่าเพียงนึกถึงโครงหน้าดุดันและออพติคสีแดงคมกริบ ก็พบความอบอุ่นอยู่ข้างใน โอไรอ้อนซบหน้าลงกับแขนตน ทั้งโหยหาทั้งหวาดกลัว แกนสปาร์คเต้นตุบปวดหนุบอยู่ในทรวงอก เหมือนมีระบบบางส่วนล้มเหลว

 

     ความรักมีความหมายมากก็จริง แต่รักไม่ใช่ทุกอย่าง

     ยิ่งไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาทำร้ายตนเอง

     เขาอยากเชื่ออย่างนั้น

 

     แต่ความจริงคือเขาหยุดยั้งความเจ็บปวดนี้ไม่ได้เลย

     หยุดยั้งไม่ให้คิดถึงเมกกะทรอนไม่ได้เลย

 

 

 

 

 

 

 

     ...

 

     วูบ!

 

     เสียงแหวกอากาศดังเฉียบพลัน รวดเร็วมากจนมองไม่ทัน โอไรอ้อนเด้งตัวในท่าเตรียมพร้อมอัตโนมัติ แท้งค์หนาวเยือกทันใด เขาไม่คิดว่าจะมีศัตรูตนใดผ่านเข้ามาในพื้นที่รกร้างนี้อีกแล้ว ไซเบอร์ทรอนเนี่ยนที่บินเข้ามาเร็วมากจนเขามองเห็นไม่ชัด คลื่นลมแรงพัดประทะหน้าจนออพติคขัดข้อง 

     หัวหน้าทีมบอทส์วิทยาศาสตร์แปลงมือเป็นใบมีดคมกริบ เปิดระบบจับความเคลื่อนไหวด้วยความร้อนแล้วพุ่งตัวเข้าฟาดฟันทันที ทว่าเงาของศัตรูก็เคลื่อนไหวตอบโต้รวดเร็ว

     โอไรอ้อนตั้งใจเล็งแขนขวาที่ติดอาวุธเห็นชัดของอีกฝ่าย ทว่าก็ถูกลูกเตะต่ำวาดเข่าจนต้องถอยหลบ และในจังหวะเดียวกันอีกฝ่ายก็พุ่งกระแทกโครม จับผลักกดร่างติดพื้นหอคอย โอไรอ้อนจุกในแท้งค์และแน่นอกเหมือนไซเบอร์ทรอนพลิกตลบไปวูบหนึ่ง

     เสียงคำรามของผู้บุกรุกแผดตามมา

     "ตั้งสติหน่อย เจ้าบอทส์วิทยาศาสตร์!"

 

 

     !!!

     โอ ไม่…ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ใช่ตอนนี้

     ได้โปรดเถอะ ได้โปรด ไพรมัส...

 

 

     "ออนไลน์ออพติคแล้วมองข้า โอไรอ้อน!"

 

 

     เมกกะทรอน...

     ไม่มีใครอีกแล้วบนพิภพดาวดวงนี้ ที่จะใช้คำโอหังทรนงนักอย่างนี้ ไม่มีใครอีกแล้วที่จะตะคอกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยวอย่างนี้  ชั่วนาโนวินั้น โอไรอ้อนแทบจะก่นว่าไพรมัสแล้วออนไลน์ออพติคทั้งน้ำตา

     ข้าขอแค่เวลามากกว่านี้อีกสักนิด...มันมากไปหรือ

     "บ้าชะมัด…"

     "ใช่ บ้ามากที่โจมตีข้า! เจ้าเกือบจะได้แขนขวาข้าไป และข้าเกือบจะเป่าเจ้าทิ้งไปแล้ว!!" เมกกะทรอนตวาดแล้วออกแรงกดมากกว่าเดิมจนโอไรอ้อนกระอักไอ 

     "ออพติคเจ้าเสียหรือจงใจไม่สนว่าเป็นข้ากันแน่!?"

     "ถอยออกไป! ข้าอึดอัด!!"

     บอทส์ร่างเล็กกว่าแผดเสียง เมกกะทรอนถึงกับชะงักและถูกผลักออกไปอย่างง่ายดาย โอไรอ้อนกระชากเสียงถาม

     "ทำไมถึงเป็นเจ้า!?"

     "หืม!?" 

     หัวหน้านักรบอุทานอย่างงุนงง สับสน ไม่เคยเห็นบอทส์วิทยาศาสตร์, น้องตนโกรธจนฟิวส์ขาดขนาดนี้มาก่อน และยิ่งไปกว่านั้นตนไม่เคยโดนขึ้นเสียงใส่สักครั้งเดียว

     "ข้าต่างหากที่ต้องถาม! เจ้าเป็นถึงหัวหน้า ทำไมถึงทำอะไรพละการไร้ความรับผิดชอบ!? ลูกทีมเจ้าวุ่นวายกันทั้งฐาน แล้วจะให้ข้าอยู่เฉยรึไง!?"

     "แต่ข้าไม่ต้องการเจ้า!!!"

     โครงหน้าดุร้ายชักสีหน้า คิ้วขมวดขึง

     "ในบรรดาบอทส์ทั้งหมดบนไซเบอร์ทรอน ข้าไม่ต้องการเจอเจ้า!" โอไรอ้อนใช้ฝ่ามือนึงปิดหน้า ออพติคสั่นไหวอย่างสับสน เสียงทุ้มแผ่วลง

     "อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้..."

     ห้วงอารมณ์ บรรยากาศ ดิ่งวูบลงสู่จุดต่ำสุดอีกครั้ง ทั้งคู่ยืนมองกันอย่างนั้นท่ามกลางความเงียบพักใหญ่ จนในที่สุดเมกกะทรอนก็เป็นฝ่ายเอ่ยก่อน

     "ทำไมถึงเป็นข้าไม่ได้?"

     บอทส์ร่างสูงใหญ่มองลึกเข้ามาในออพติค คำถามสั้นที่มีแต่ใจความของหัวหน้านักรบอ้อยอิ่งในอากาศรอคอยคำตอบ และในกระแสเสียงนั้นสะกิดให้โอไรอ้อนรู้สึกว่ามีความโกรธเกรี้ยวตัดพ้อ ทว่าไม่ทันได้แน่ใจอีกฝ่ายก็ร้องเฮอะ กลับใช้น้ำเสียงชิงชัง

     "ใช่ ในบรรดาบอทส์ทั้งหมดบนไซเบอร์ทรอน มีเพียงข้าที่ถูกเจ้าเกลียดขี้หน้า" 

     เมกกะทรอนเหยียดหยันมุมปากลงและเอ่ยอย่างประชดประชัน "และบนหอคอยเฮงซวยนี่ มีเพียงข้ากับเจ้าเท่านั้น เชิญกลับฐาน"

     "ไม่ ข้าจะกลับเองเมื่ออยากกลับ"

     เมกกะทรอนขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม

     "ข้าสั่งให้เจ้ากลับเดี๋ยวนี้ เจ้าก็ต้องกลับ!"

     "ข้าไม่รับคำสั่งจากเจ้า"

     บอทส์สีเงินเงื้อหมัดเหมือนอยากจะทุบเขาให้สลบแล้วพาตัวไปให้สิ้นเรื่อง แต่ก็ข่มอารมณ์โกรธจนยั้งมือกลับไว้ข้างตัวตามเดิม เสียงทุ้มกร้าวเอ่ย

     "พื้นที่นี้ยังมีความเสี่ยงอยู่ ข้าไม่อนุญาติให้เจ้าอยู่ในพื้นที่นี้ลำพัง"

     "…ในฐานะอะไร? หัวหน้าทีมหรือเพราะเป็นข้า?"

     ร่างสูงใหญ่ชะงักงันในทันทีและหันกลับมาสบออพติคสีฟ้า ถ้อยคำที่ถูกละไว้เหมือนถูกส่งผ่านสายตาตัดพ้อคู่นั้น

     "…เจ้าหมายถึง 'ข้าเป็นห่วงเจ้า' ในฐานะไหนเรอะ!?...เลิกงี่เง่าใส่ข้าและไปทำหน้าที่ของเจ้าซะ!"

     สิ้นคำ โอไรอ้อนก็รู้สึกทั้งอยากกอดสุดแรง ทั้งอยากผลักอีกฝ่ายให้ตกหอคอยในเวลาเดียวกัน รู้ดีว่ามันเป็นธรรรมชาติของเมกกะทรอนที่จะตอบอย่างนั้น แต่กลับรู้สึกหงุดหงิด พาลกับคำถามของอีกฝ่าย และโกรธที่ดันคิดอย่างมีความหวังขึ้นมาวูบหนึ่ง

     โอไรอ้อนสูดหายใจ วูบเดียวโปรเซสเซอร์ก็กลับมาประมวลผลอย่างเยือกเย็น

     "หอคอยนี่มีซากโบราณสถานให้ศึกษา ข้างบนลงไปจนถึงชั้นใต้ดิน ภารกิจเก็บข้อมูล ใช้เส้นทางเลี่ยงศัตรู" เสียงเอ่ยอย่างราบเรียบ โอไรอ้อนเพียงมองเฉยชาเหมือนเคย

     "ข้าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพียงเท่านี้คงไม่มีปัญหาอะไรแล้วใช่ไหม?"

     ไม่ใช่การประชดประชัน เป็นเพียงคำพูดอย่างซื่อสัตย์ และบอทส์ก็แค่กลับมาไร้ความรู้สึกอีกครั้ง ทว่ามันกระชากให้มวลคลื่นความโกรธของหัวหน้านักรบทะยานสูงเหลือเกิน โอไรอ้อนหันร่างไปยังทางออก ทว่าเมกกะทรอนตะปปรั้งไหล่ไว้ ออกแรงกระชากจนเซถลากลับมา

     ออพติคสีแดงประกายแสงจัดจ้าด้วยความโกรธนัก

     "อย่า-ปั่น-หัว-ข้า! เจ้าต้องเลิกทำอย่างนี้ซะที!"

     "ทำอย่างไหน?"

     "ทำเหมือนไม่มีชีวิต! ถึงเราจะเป็นไซเบอร์ทรอนเนี่ยน แต่พวกเรามีความรู้สึก เจ้าเข้าใจไหม!?! ถ้าเจ้าทำเพื่อประชดข้าละก็ …เลิกซะ! เดี๋ยวนี้!"

     โอไรอ้อนกระพริบออพติค

     "…ไม่เข้าใจ ข้าเป็นของข้าแบบนี้ อันที่จริงก็ตั้งแต่ก่อนพบเจ้า …และมันก็ไม่เกี่ยวกับเจ้า"

 

     "งั้นเกี่ยวกับอะไร!!? เรื่องระยำที่ข้าบอกว่ารักเจ้า หรือว่าหลังจากนั้น!!!" 

 

     เสียงต่ำจัดแผดลั่นอย่างหมดความอดทนในที่สุด 

     ถ้อยคำกังวาลเคว้งคว้างไปในห้วงอากาศ ฟาดผัวะเดียวสรรพสิ่งเหมือนหยุดนิ่ง มีเพียงตัวตนของทั้งคู่เหลืออยู่บนหอคอยเดียวดาย ร่างสูงใหญ่สบถขรมในลำคอ ออพติคสีแดงจัดเขม็งมองอย่างดุดัน

     "เมื่อไหร่มันจะจบเสียที!? ไอ้สงครามอารมณ์ที่เจ้ากำลังเล่นกับข้าอยู่นี่..."

     …?

     "เจ้าต้องการอะไรจากข้ากันแน่!?"

     โอไรอ้อนมองเมกกะทรอนอย่างสับสน กับอารมณ์เดือดดาลของอีกฝ่าย บอทส์ร่างสูงใหญ่ขยี้หัวตนเองแรงคล้ายกับอัดอั้นอารมณ์ฉุนเฉียว

     "เมื่อครั้งติดต่อขอกำลังเสริม เจ้าก็มองข้าเหมือนเว้าวอน พอมาตอนนี้เจ้าก็ออกปากไล่ …เรื่องพวกนี้กำลังจะทำให้ข้าวิปลาส!"

     …อะไร?

     โอไรอ้อนยิ่งสับสนงุนงน เมื่อเห็นท่าทางแข็งแกร่งไหลออกไปจากร่างอีกฝ่ายเมื่อลมรั่ว เป็นอีกครั้งที่หัวหน้านักรบดูอ่อนแอลงจนถึงขั้นเปราะบาง

     เพราะเขาเป็นต้นเหตุ...

     "…เจ้าพูดอะไร" 

     เสียงทุ้มแผ่วสั่นเครือ แต่ก็พยายามปรับให้เข้มแข็งแล้วเอ่ยต่อ

     "เจ้าจะรู้สึกแย่ไปทำไม ก็ในเมื่อเจ้าพูดเองว่า..."

     "ข้าไม่ใช่เจ้าโว้ย!"

     ทว่าไม่ทันจบประโยค คู่สนทนาก็สวนขวับ

     "…หุบเหวยูนิครอนเป็นพยาน ข้าเข้าใจความรู้สึกตัวเองดี! ไม่ใช่หัวกลวงชิพบกพร่องอย่างเจ้า ถึงจะได้ไม่รู้ความรู้สึกตัวเอง!" 

     เมกกะทรอนตวาดโครงหน้าเข้มคมกริบขบเขี้ยวแน่น ความปวดร้าวปรากฏจางบนโครงหน้าดุดัน  พลันวินาทีนั้นโอไรอ้อนถึงได้เข้าใจ ว่าคำพูดทั้งหมดเมื่อคราวก่อนเป็นเพียงการประชดประชัน

     หัวหน้านักรบยังคงรู้สึกเหมือนที่บอกกับเขา ...ยังคงรักอยู่อย่างนั้นจนถึงเวลานี้

     ออพติคสีแดงมองเขาคล้ายสัตว์บาดเจ็บ

     "ข้าไม่เหมือนกับเจ้า ที่ไม่จริงจังอะไรสักอย่าง!"

     …เขาน่ะหรือ?

     ไม่จริงจัง?

 

 

       ….

 

 

     พลั่ก!!!

     หมัดเหล็กสวนกระแทกโครงท้องอีกฝ่ายเต็มแรง หัวหน้านักรบไม่ทันตั้งตัวถึงกับจุกจนตัวงอ และเมื่อระยะห่างความสูงของร่างลดลง โอไรอ้อนก็ต่อยเข้ากรามเมกกะทรอนอีกทีแบบเต็มข้อ 

     ความโกรธทะยานรวดเดียว กระจายทั่วโปรเซสเซอร์

     กล้าดียังไงบอกว่าเขาไม่จริงจัง!

     "เจ้าจะด่าว่าข้างี่เง่ายังไงก็ได้ จะบ่นเรื่องหน้าที่ ข้าก็ไม่สน! แต่เจ้าไม่มีสิทธิ์มาตัดสินว่าข้าไม่จริงจัง!!!" 

     โอไรอ้อนกระชากเสียงลั่น ในห้วงสปาร์คแผดเผาไปด้วยไฟโกรธ  

     "ข้าต้องทนกับอารมณ์วิบัติพวกนี้เกือบเดือน, ไม่รู้หนทางจัดการกับมัน ไม่รู้ว่าจะรักหรือเกลียดเจ้าด้วยซ้ำ! และข้าต้องสั่งการรบในสภาพอารมณ์ไม่มั่นคงอย่างนั้น! ไพรมัส ข้าอาจเสียลูกทีมและเพื่อนไป เพียงเพราะแยกแยะเรื่องส่วนตัวไม่ได้!!"

     ความอัดอั้น ความในใจทั้งหมดถูกตะโกนออกไปรวดเดียว ท้ายที่สุดโอไรอ้อนก็ทรุดร่างลงนั่ง สิ้นเรี่ยวแรงจะยืนหยัดต่อ บอทส์ขดร่างก้มหน้าลงไม่อยากรับรู้อะไรอีก เหมือนทั้งระบบกรีดร้องว่าพอเสียที เขาฝืนมานานจนเกินทนได้อีกแล้ว

     เมกกะทรอนที่นิ่งเงียบอยู่นาน โน้มร่างลงคุกเข่าใกล้ๆ ไม่ส่งมือพยุงรั้งหรือปลอบโยนอย่างใด เพียงแค่เอ่ยอย่างเรียบง่าย

     "ถ้าเรื่องของข้ามันยุ่งยากนัก เจ้าก็แค่ลบมันทิ้งจากระบบซะ"

     "ก็ ถ้าไม่เพราะมันสำคัญมากจนลบไม่ได้ ข้าจะมานั่งกลุ้มอย่างนี้หรือไง!? โง่!" บอทส์ร่างแดงสลับน้ำเงินว่าทิ้งท้าย

     ทว่าฝ่ายโดนด่ากลับหัวเราะอย่างไม่โกรธ และจู่ๆก็เคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ มุมปากติดยิ้มนิดๆ

     "ข้าขอโทษ พอใจไหม?"

     "..อือ" โอไรอ้อนครางรับ ไม่รู้จะทำอย่างไรนอกจากเอ่ยตอบ ทั้งที่โปรเซสเซอร์ยังคงร้อนรุ่มเพราะความโกรธ

     บอทส์หนุ่มกระเถิบตัวออกห่างอย่างทำอะไรไม่ถูก น่าแปลกที่จู่ๆบรรยากาศก็ผ่อนลงหลังจากระเบิดคำพูดมากมายออกไป  ราวกับทุกความในใจถูกส่งผ่าน ต่างฝ่ายต่างรับฟังจนเริ่มรู้เห็นหนทางจัดการกับปัญหาเสียที

     เมกกะทรอนถอนหายใจพรืด

     "อยู่กับเจ้าทีไร เป็นได้ทะเลาะเหมือนสปาร์คลิ่งทุกที" ทว่าออพติคสีแดงอ่อนโยนลง เมกกะทรอนเอ่ยติดขำ 

     "ทีนี้รู้แล้วใช่ไหม ว่าทำไมข้าประสาทเสียในสนามรบตลอดเวลา..."

     ออพติคสีฟ้าเบิกกว้าง โอไรอ้อนมองอีกฝ่ายอย่างเข้าใจทันที โอ ถ้าเขาต้องออกรบและสั่งการด้วยอารมณ์ปั่นป่วนอย่างนั้นทุกครั้ง ก็คงเป็นบ้าเหมือนกัน

     และคงยิ่งโมโหที่อีกฝ่ายไม่รู้เรื่องอะไรเลย …นี่ใช่ไหมสาเหตุที่เขาโดนซ้อมบ่อยๆ

     โอไรอ้อนก้มหน้างุด "ข้า..ขอโทษ"

     เมกกะทรอนพ่นลมฮึ ยกหมัดเขกหัวบอทส์ร่างเล็กกว่าไปที แต่โอไรอ้อนรู้ดีว่าเทียบกับปกติแล้วอีกฝ่ายออมแรงลงมาก

     เขายิ้มให้กับคู่สนทนาที่ทำหน้าเหม็นเบื่อ บ่นพึมพำ

     "เจ้าทำให้ข้าอ่อนปวกเปียก จนพวกลูกทีมข้าพากันรู้หมดแล้ว...มีแต่เจ้านี่แหล่ะ ใช้เวลาเป็นควอเท็กซ์ ขืนรอนานกว่านี้ ข้าไม่ตายในสนามรบ ก็เป็นบ้าตายคาฐาน..." 

     บอทส์หนุ่มแอบหัวเราะเบาๆ เขาเพิ่งเคยได้ยินเมกกะทรอนบ่นมากขนาดนี้เป็นครั้งแรก 

     "บ่นอย่างกับบอทส์แก่"

     "เออ ข้าแก่ ข้าอายุมากกว่าเจ้า" เมกกะทรอนทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เท้าคางมองวิวพลางตอบส่งเดช ออพติคสีแดงค่อยเหลียวมอง  "อีกอย่างถ้ารอนานกว่านี้ ข้าคง... ช่างเถอะ"

     บอทส์สีเงินเบือนสายตามองทิวทัศน์อีกครั้ง โอไรอ้อนถามอย่างข้องใจ

     "คงอะไร?"

     "ไม่มีอะไร ก็แค่เป็นแบบนี้ก็ดีอะไรๆจะได้ชัดเจนเสียที"

     "…"

     "เมกกะทรอน..."

     "หืม?"

     "เจ้ารักข้าใช่ไหม?"

     "..."

     "เมกกะทรอน..."

     "นี่มันน่าหงุดหงิดชะมัด! ...ในฐานะนักรบข้าเกลียดที่ต้องยอมรับเป็นบ้า" บอทส์สีเงินเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่มีความโรแมนติคเอาซะเลย

     "เออ ข้ารักเจ้า พอใจรึยัง"

     "เจ้ารักข้าจริงๆสินะ?"

     "อุวะ…นี่ข้าต้องบอ..."

     คำพูดที่เลือนหายไปในลำคอ เหมือนสัมผัสบางอย่างหยุดจังหวะสปาร์คของหัวหน้านักรบ ไม่นานไม่เร็ว เคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับสมควรจะเป็นอย่างนั้น บอทส์ร่างเล็กกว่าถอนริมฝีปากออก แล้วนั่งขดตัวลงข้างๆตามเดิม

     เล่นเอาหัวหน้านักรบทำตัวไม่ถูกไปครู่

     "เอ่อ… คงไม่ใช่การเอาคืนที่หน้าผานั่นใช่ไหม" 

     "ตามนั้นแหล่ะ" เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ หัวหน้าบอทส์วิทยาศาสตร์หน้าร้อนวูบ ก็แค่บุ้ยใบ้ไปตามคำพูดมึนๆของเมกกะทรอน 

     จู่ๆบอทส์ร่างใหญ่ก็ทำหน้าเครียดลง

     "ก็ดี... แต่อย่าทำอีก ไม่งั้นข้า..." เสียงทุ้มต่ำครางฮือในลำคอก่อนจะส่งเสียงชิ "ช่างเถอะ"

     โอไรอ้อนขมวดคิ้ว "มีอะไรก็พูดออกมาสิ เมื่อกี้เจ้าก็ทำท่าจะพูดอะไรสักอย่างนี่?"

     ออพติคสีฟ้าใส มองคาดคั้นเอาคำตอบกับอีกฝ่ายไม่พอ ยังใส่ความหมายนัย 'มีอะไรปิดบังข้าใช่ไหม' 'บอกข้าไม่ได้ใช่ไหม' 'เจ้ารักข้าจริงๆเหรอ' ลงไปด้วย เล่นเอาหัวหน้านักรับปวดเส้นในขมับ

     "ข้าก็แค่จะบอกว่า ถ้าขืนให้ข้าทนนานกว่านี้ สู้จับเมิร์จสิ้นเรื่องสิ้นราวไปเลย อาจจะง่ายกว่า..." เสียงทุ้มชะงักกลางคันเมื่อเห็นบอทส์ข้างๆชะงักแล้วทำออพติคโตใส่ พลางเขยิบตัวออกห่าง

     เมกกะทรอนขมวดคิ้วขึง

     "เจ้ารู้ว่าเมิร์จคืออะไรเรอะ?"

     "…รู้สิ" 

     โอไรอ้อนละล่ำละลักตอบ ทว่ากลับเป็นเมกกะทรอนที่หรี่ตาอย่างไม่เชื่อ

     "แน่นะ?"

     "โอ้ย ข้าไม่ใช่สปาร์คลิ่งนะ"

     บอทส์สีเงินร่างใหญ่ หยักไหล่เรี่ยๆตามประสา พูดเหมือนสมเหตุสมผลเต็มประดา

     "ก็ใครใช้ให้เจ้าดูซื่อบื้ออย่างนี้ล่ะ จริงๆข้าไม่คิดว่าเจ้าจะเคยได้ยินด้วยซ้ำ" เมกกะทรอนแอบชักสีหน้าไม่สบอารมณ์เล็กน้อย 

     "ข้ารู้ว่ามันเป็นเรื่องปกติ แต่พอคิดว่ามีใครสอนเจ้าไปแล้วมันก็......โอไรอ้อน?"

     หัวหน้านักรบหยุดพูดอีกครั้งแล้วเรียก เมื่อร่างข้างกายเงียบลงจนถึงขั้นก้มหน้างุดจนไม่เห็นแม้แต่แอนเทน่า เมกกะทรอนชะงักปาก นิ่งงันไปครู่นึง ก่อนจะเอ่ยปากถามว่า

     "เจ้ายังสปาร์คบริสุทธิ์อยู่รึ?"

     "...ใช่"

     โอไรอ้อนตอบเสียงหวิวทันควัน โดยไม่รอให้อีกฝ่ายถามซ้ำประมาณว่า 'ตอบข้าสิ เจ้ายังบริสุทธิ์อยู่ใช่ไหม' ไพรมัส ช่วยเขาด้วยเถอะ พี่ของเขาไม่มียางอายเลยหรือไง

     เมกกะทรอนเลิกโครงคิ้ว

     "แล้วเจ้ารู้จักการเมิร์จได้ยังไง?" 

     "…ข้ามีเพื่อนเป็นแพทย์นะ"

     ถึงจะไม่รู้รายละเอียดมาก แต่ชั่วดีแรทเชทก็ต้องบอก ต้องสอน...หรือต้องบอกว่าอบรมสั่งสอนเขาบ้างล่ะ เพื่อนสนิทเขาบ่นทำนองว่าอะไรนะ 

     'เราไม่อยากให้นายเสียสปาร์คบริสุทธิ์ โดยที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายทำอะไร …ออลสปาร์คทรงโปรด นายช่วยป้องกันดูแลตัวเองดีๆหน่อยเถอะ!' …เขาเพิ่งเข้าใจแรทเชทก็เวลานี้เอง

     โอไรอ้อนขดตัวแน่นขยับออกห่างอีก แต่อีกฝ่ายก็เห็นพฤติกรรมทั้งหมด เมกกะทรอนแค่นเสียง

     "ข้าไม่ทำอะไรเจ้าที่นี่หรอกน่า ข้ามีศักดิ์ศรีไม่ใช่ไซเบอร์ทรอนเนี่ยนชั้นต่ำ"

     "ก็เจ้าถามนู่นนี่...หน้าตาย"

     เมกกะทรอนเลิกโครงคิ้ว

     "ข้าไม่ถามสิแปลก, แต่เจ้ารู้แล้วก็ดี ข้าจะได้ไม่ต้องตอบคำถามเข้าเวลาทำ ว่าข้าสัมผัสเจ้าตรงนั้นตรงนี้ทำบ้าอะไร มันคงจะบั่นทอนอารมณ์และความเป็นบอทส์ของข้ามาก"

     "…"

     เขาเริ่มรู้สึกไม่อยากเจออีกฝ่ายสักควอเท็กซ์แล้วสิ

     ขณะที่โอไรอ้อนถอนหายใจอย่างปลิดปลงอยู่นั่นเอง ร่างสูงใหญ่ก็ผุดลุกโน้มกายเข้ามาใกล้ แล้วช้อนอุ้มทั้งร่างเขาขึ้นด้วยพลังกำลังอันเหลือเชื่อ แต่ยิ่งกว่านั้นคือความใกล้ชิดที่ทำบอทส์วิทยาศาสตร์ถึงกับโปรเซสเซอร์แตกตื่น

     "เมกกะทรอน!?"

     "ข้าจะพาเจ้ากลับฐาน"

     "ได้โปรด! ข้าวิ่งเองได้! ปล่อยข้าลง …ข้าจะเข้าโหมดทรานฟอร์ม แล่นตามเอง" โอไรอ้อนแทบจะอ้อนวอน เขาไม่อยากให้อีกฝ่ายบินไปจอดกลางฐานหรอกนะ แค่นี้แฝดกับแรทเชทก็ล้อเขาจะแย่แล้ว

     หัวหน้านักรบ หรือควรจะพูดว่าเมกกะทรอนยืนกรานเสียงแข็ง

     "ไม่! เจ้าเป็นคู่ของข้า! ข้าจะไปส่งเจ้าที่ฐาน มันผิดตรงไหน?"

     มันก็ใช่ …แต่ว่า โอไรอ้อนไม่รู้จะเถียงอย่างไร โดนออพติคคู่คมกริบจ้องมอง กอปกับคำพูดตีตราจองนั่นอีก บอทส์จึงได้แต่ร้อนหน้าวูบ ตัดสินใจก้มหน้างุดขดตัวแนบแผ่นอกอีกฝ่ายซะเลย

     ยังไงซะ ถ้าลูกทีมของเขาอยู่ที่ฐานเยอะละก็ เขาจะ...เขาจะ...

     …แกล้งสลบไปซะเลย!

 
 
 
 
 
TBC
 
 
 
นอนหอบจัดเท็กซ์จัดย่อหน้า แก้คำไปพลาง
ก็แต่งเล่นนะครับ คงมีจุดไม่เนี้ยบบ้าง อย่าว่ากันนะw
 
จริงๆถ้าตัดแบ่งกับพาร์ทปัจจุบันของออพติมัสตามปกติ จะได้ประมาณ 4 ตอน ... เยอะนะ
ฮาๆ  แต่พอรวบแล้วเหลือสองตอนเอง
ช่วงโอไรอ้อนดราม่าจัดผ่านไปอีกหนึ่ง แต่ไม่ต้องห่วง! เราเหลือด่านที่ต้องฝ่าอีกเยอะ...
(ทำไมคู่นี้มันดราม่าแบบนี้) ล่าสุดอ่านคอมมิคเพิ่มแทบเขย่าเสา บ้าที่สุด มันทั้งหวานมันทั้งขม ไอ้กลิ้งแทบจะเต้นรูดเสาคลุ้มคลั่งอาละวาด ตีหัวคนเขียนบท(www)
พาร์ทของปัจจุบันรออารมณ์ดิบมาก่อนเนาะ แค่นแต่งไปเปลืองkbปล่าวๆ...
ส่วนพาร์ทของโอไรอ้อน ก็จะเริ่มมีช่วงสดใสบ้างละ แต่อย่างที่เรารู้กัน 
ความรักคู่นี้ไม่ยั่งยืนในความหวาน แต่คงกระพันในความขม พาร์ทหน้าจบคงได้รู้กัน...
 
เอาล่ะ ก็สิ้นสุดเทศกาลเพียงเท่านี้ 
อ่านฟิคกันดีๆ เต้นกันเบาๆ ถนอมสุขภาพร่างกายกันด้วยนะจิ๊
 
โอยาสึมิ ฝันดีนะครับ
 
Ps.ใครได้ดูTFP nemesis prime แล้วบ้าง, นางร้อนแรงยิ่งนัก /ทำท่าso hot ยิงหัวใจไปหาเนเมซิสไพรม์